สายตาจำนวนนับไม่ถ้วนจ้องมองไปยังด้านบนของป่าหิน
หลิ่วสือซุ่ยที่ยืนอยู่ด้านบนเสาหินสวมชุดเก่าๆ ผมสั้นเหมือนหญ้า ดูคล้ายผีป่าตนหนึ่ง
แต่กระบี่ของเขากลับเที่ยงตรงอ่อนโยน
เหมือนดั่งอ๋องที่รับใช้ฮ่องเต้มาสามรัชสมัย เหมือนดั่งแม่ทัพผู้เป็นเสาหลักแห่งอาณาจักร เหมือนดั่งปราชญ์ผู้อาวุโสและทรงปัญญา
เจี่ยนหรูอวิ๋นยังมิออกกระบี่
เขาจ้องมองกระบี่ของหลิ่วสือซุ่ยอย่างเงียบๆ
หลายๆ คนก็เหมือนกับเขา ต่างกำลังรอให้กระบี่ของหลิ่วสือซุ่ยบินผ่านเสาหินที่อยู่ตรงกลางต้นนั้นมา
ในตอนนั้น หลิ่วสือซุ่ยถึงจะมีคุณสมบัติพอให้เจี่ยนหรูอวิ๋นออกกระบี่
เวลาไหลผ่านไป
กระบี่ของหลิ่วสือซุ่ยบินผ่านเสาหินต้นนั้น
ตรงนั้นเป็นตำแหน่งตรงกลางระหว่างเสาหินทั้งสองต้นที่เขาและเจี่ยนหรูอวิ๋นยืนอยู่
ผ่านไปร้อยจ้าง เจตน์กระบี่ของเขายังมิสลายหายไป ดูเข้มข้นบริสุทธิ์ยิ่งนัก
ไม่มีเสียงอุทานตกใจดังขึ้น เพราะเวลานี้ทุกคนต่างตกตะลึงจนพูดไม่ออก
ภาพนี้ดูเหมือนไม่มีอะไรพิเศษ แต่มันกลับเผยความจริงอย่างหนึ่งที่เพียงพอจะทำให้ชิงซานต้องสั่นสะเทือน
หลิ่วสือซุ่ยบรรลุสู่ขั้นมิประจักษ์แล้ว
……
……
เจ้าล่าเยวี่ยกล่าว “ยอดเยี่ยม”
ไม่ว่าเรื่องนี้จะมีความลับอะไรแอบแฝงอยู่ ในสองปีมานี้หลิ่วสือซุ่ยก็เหมือนถูกจองจำเอาไว้ แต่เขากลับบรรลุเข้าสู่ขั้นมิประจักษ์ได้สำเร็จ เขาย่อมต้องมีสิทธิ์ได้รับคำชมเชยเช่นนี้
……
……
เจ้าแห่งยอดเขาชิงหรงกล่าวถาม “เขาอายุเท่าไรแล้