ภายใต้การจับจ้องของดวงตาที่ตกตะลึงจำนวนนับไม่ถ้วน หลิ่วสือซุ่ยมาถึงลานประลอง
เขาก้มหน้า ผมเผ้าอันยุ่งเหยิงบดบังดวงตาเอาไว้ ดูคล้ายนักโทษอย่างไรอย่างนั้น
“เจ้ามาทำอะไร?”
ผู้อาวุโสไป๋หรูจิ้งมองดูเขาพลางตะคอกเสียงดัง สีหน้าดูย่ำแย่ยิ่งนัก
เป็นถึงผู้อาวุโสขั้นแหวกทะเลของยอดเขาเทียนกวง แต่กลับสั่งสอนศิษย์เนรคุณที่แอบกินตานปีศาจออกมา นี่เรียกได้ว่าเป็นความอับอายที่สุดในชีวิตของเขาเลยก็ว่าได้
หลิ่วสือซุ่ยมิได้เงยหน้า เขากล่าวด้วยน้ำเสียงแหบแห้งเล็กน้อย “ศิษย์อยากขอเข้าร่วมทดสอบกระบี่ด้วย”
ไป๋หรูจิ๋งสีหน้ายิ่งเยือกเย็น เขาตะคอกว่า “เจ้ามีสิทธิ์อะไรจะมาเข้าร่วมทดสอบกระบี่? ยังไม่รีบถอยไปอีก!”
“อาจารย์…ข้ายังเป็นศิษย์ชิงซาน เหตุใดจึงเข้าร่วมมิได้?”
หลิ่วสือซุ่ยยังคงก้มหน้า เสียงยังคงแหบเล็กน้อย
เห็นสภาพของเขาในตอนนี้ ฟังเสียงของเขาในเวลานี้ ศิษย์หลายคนเกิดความรู้สึกเห็นใจ
ศิษย์ผู้หญิงบางส่วนของยอดเขาชิงหรงเกิดความรู้สึกปวดใจขึ้นมา
เจี่ยนหรูซานมองหลิ่วสือซุ่ย ยิ้มเยือกเย็นพลางกล่าวว่า “ตอนนั้นเจ้าแอบกินตานปีศาจ ทำให้พี่ชายของข้าต้องถูกขังเอาไว้โดยไร้ความผิด อีกทั้งยังเคยทำผิดเรื่องอื่นเอาไว้อีก หากมิเป็นเพราะเหล่าอาจารย์หาหลักฐานไม่เจอ เวลานี้เจ้าคงถูกทำลายสภาวะและถูกขับออกจากสำนักไปแล้ว ตอนนี้เจ้ายังมีหน้าปรากฏออกมา ยังมีหน้ามาถามว่าทำไมอย่างนั้นหรือ!”
หลิ่วสือซุ่ยนิ่งเงียบมิกล่าวกระไร และมิ