ยงแต่ไม่มีผู้ใดกล้าเอ่ยออกมา
เจ้าแห่งยอดเขาและเหล่าผู้อาวุโสบนแท่นหินยังคงนิ่งเงียบ เหล่าลูกศิษย์ไหนเลยจะกล้าออกเสียง
“เจ้าพูดถูก ขอเพียงเจ้ายังไม่ถูกขับออกจากสำนัก ก็ยังถือเป็นศิษย์ชิงซานอยู่ มีสิทธิ์จะเข้าร่วมทดสอบกระบี่ได้”
ฉือเยี่ยนมองหลิ่วสือซุ่ยด้วยสีหน้าเรียบร้อยพลางกล่าวว่า “แต่เจ้าน่าจะรู้ การจับฉลากนั้นเสร็จสิ้นไปแล้ว”
หลิ่วสือซุ่ยก้มหน้ากล่าวว่า “ข้าต้องการระบุชื่อ”
เจี่ยนหรูซานสามารถระบุชื่อท้าสู้ได้ อย่างนั้นเขาก็ย่อมทำได้เหมือนกัน
ฉือเยี่ยนนิ่งเงียบไปครู่ ก่อนจะถามว่า “เจ้าอยากระบุชื่อใคร?”
หลิ่วสือซุ่ยเงยหน้าขึ้นมา มองไปยังที่ๆ หนึ่งบนหน้าผา
ดวงตาเขาเป็นประกายยิ่งนัก ผมเผ้าที่ยุ่งเหยิงเหมือนฟางหญ้าของเขาไม่อาจปิดบังเอาไว้ได้
“ศิษย์พี่…เจี่ยนหรูอวิ๋น”
เสียงฮือฮาดังขึ้นมา
เหล่าศิษย์ที่อยู่รอบป่าหินตกตะลึง
สองปีก่อน เป็นเพราะหลิ่วสือซุ่ยแอบกินตานปีศาจ สลบไสลมิได้สติ เจี่ยนหรูอวิ๋นจึงถูกลากเข้าไปพัวพัน โดนขังอยู่ในห้องหินเป็นเวลาครึ่งปี เวลานี้หลิ่วสือซุ่ยมิได้ไตร่ตรองเลยว่าตนเองผิดตรงไหน แล้วกลับคิดจะท้าอีกฝ่ายสู้ นี่มันช่างน่าขันเสียจริง หรือเขาคิดว่าที่ตนเองตกอยู่ในสภาพแบบนี้นั้นเป็นความผิดของอีกฝ่ายจริงๆ?
……
……
ลำแสงกระบี่ขยับเล็กน้อย เจี่ยนหรูอวิ๋นลงมายังลานประลอง เขามองหลิ่วสือซุ่ยพลางกล่าวอย่างทอดถอนใจว่า “ศิษย์น้องหลิว ไยต้องทำเช่นนี้ด้วย? หรือเจ้ายังคิดว่านั่นเป