็นความผิดของข้า? ถูกต้อง ข้ามิได้ดูแลเจ้าให้ดีจริงดั่งว่า ปล่อยให้เจ้าทำผิดพลาดอย่างมหันต์ แต่ว่า…สุดท้ายแล้วคนทำผิดมันก็เป็นตัวเจ้าเอง”
หลิ่วสือซุ่ยกล่าวอย่างโมโหว่า “อย่างนั้นหรือ? คนที่ผิดมันคือตัวข้าจริงๆ อย่างนั้นหรือ?”
เจี่ยนหรูอวิ๋นสีหน้าแปรเปลี่ยนเล็กน้อย
หลิ่วสือซุ่ยจ้องมองดวงตาเขาพลางกล่าว “ท่านรู้ดีว่าตอนนั้นมันเกิดอะไรขึ้น แต่ท่านมิเคยพูดมันออกมา ตอนนั้นเห็นๆ อยู่ว่า…”
“พูดไปมันก็ไร้ประโยชน์ ในเมื่อเจ้าคิดว่าเป็นความผิดของข้า เช่นนั้นก็เข้ามา แต่ข้าขอบอกเจ้าไว้ก่อน ต่อให้เจ้าจะกินตานปีศาจเข้าไปแล้ว เจ้าก็ยังไม่ใช่คู่ต่อสู้ของข้าอยู่ดี”
เจี่ยนหรูอวิ๋นพลันพูดขัดจังหวะเขา มิรู้เพราะเหตุใดใบหน้าจึงขาวซีดขึ้นมาเล็กน้อย
หลิ่วสือซุ่ยนิ่งเงียบไปครู่ กล่าวว่า “นั่นสิ ในสองปีมานี้ คำพูดเหล่านี้ข้าได้พูดไปแล้วหลายครั้ง แต่กลับไม่มีใครเชื่อข้าเลย เช่นนั้นก็ไม่จำเป็นต้องพูดอะไรอีก”
กล่าวจบประโยคนี้ เขาก็มิได้กล่าวอะไรอีก หากแต่เหยียบกระบี่บินขึ้นไปบนเสาหินแท่งหนึ่งที่อยู่ทางตะวันตก
เจี่ยนหรูอวิ๋นเลิกคิ้วเล็กน้อย มิได้กล่าวกระไร เขาขี่กระบี่ขึ้นไปยังเสาหินต้นหนึ่งที่อยู่ฝั่งตะวันออก
เสาสองต้นอยู่ห่างกันสามร้อยกว่าจ้าง
เจี่ยนหรูอวิ๋นเป็นศิษย์อันดับที่สี่ของยอดเขาเหลี่ยงว่าง วิถีกระบี่ฝึกฝนจนลึกล้ำสูงส่ง ได้ยินว่าตอนถูกขังอยู่ในห้องหินครึ่งปี สภาวะของเขาได้บรรลุขึ้นไปอีก เวลานี้อยู่ระด