ับมิประจักษ์ขั้นสูงแล้ว
หากให้เวลาเขาอีกสักสองสามปี ไม่แน่อาจจะมองเห็นบานประตูของขั้นคเนจรก็เป็นได้
นอกจากพวกกั้วหนานซานและจัวหรูซุ่ยที่เก็บตัวอยู่บนยอดเขาเทียนกวงแล้ว ในศิษย์รุ่นที่สามยังจะมีผู้ใดเป็นคู่ต่อสู้ของเขาได้อีก?
รอบป่าหินเงียบสงัด
ทุกคนต่างคิดว่าหลิ่วสือซุ่ยไม่มีโอกาสใดๆ จะเอาชนะได้เลย แม้นเขาจะฝึกเจตน์กระบี่หลอมกายาสำเร็จไปได้ถึงเจ็ดส่วน ทั้งยังฝึกฝนพายุกระบี่ได้สำเร็จอีกก็ตาม
แต่หลังจากนั้นความเงียบพลันถูกทำลาย ทั่วทั้งยอดเขาล้วนแต่มีเสียงอุทานตกใจดังขึ้น โดยเฉพาะบนแท่นหินที่มีเหล่าอาจารย์ของยอดเขาทั้งเก้านั่งอยู่
เพราะหลิ่วสือซุ่ยปล่อยกระบี่ออกมาแล้ว
มิได้เป็นเพราะกระบี่ของเขาน่ากลัวหรืออย่างไร ในทางกลับกัน กระบี่ของเขานิ่งสงบอย่างมาก
การใช้คำว่านิ่งสงบมานิยามกระบี่บินเช่นนี้ถือเป็นเรื่องที่แปลกประหลาดยิ่งนัก
กระบี่ของหลิ่วสือซุ่ยลอยไปข้างหน้า
เชื่องช้าอย่างมาก
คล้ายกับแบกรับน้ำหนักอันมหาศาลเอาไว้
หนักอึ้งดั่งเจตน์จำนงของสวรรค์
……
……
ไป๋หรูจิ้งสีหน้าแปรเปลี่ยนเล็กน้อย
นี่ย่อมต้องเป็นเพลงกระบี่ที่เขาสอนให้แก่หลิ่วสือซุ่ย
แต่ปัญหาคือเขาสอนให้หลิ่วสือซุ่ยเพียงครึ่งปี คิดไม่ถึงว่าหลิ่วสือซุ่ยจะเข้าใจความหมายที่แท้จริงของเคล็ดกระบี่แบกสวรรค์แล้ว
เขาพลันรู้สึกเสียใจขึ้นมา
………………………………………………………….