สูงส่ง แล้วก็ค่อนข้างเป็นที่เคารพของศิษย์ร่วมสำนัก
เมื่อสองปีก่อน หลิ่วสือซุ่ยสลบไสลมิได้สติที่แม่น้ำจั๋ว ก่อนจะถูกส่งตัวกลับมายังชิงซาน เจี่ยนหรูอวิ๋นซึ่งเป็นผู้นำเหล่าศิษย์ชิงซานออกไปกำจัดปีศาจในเวลานั้นถูกยอดเขาซั่งเต๋อลงโทษขังอยู่ในห้องหินเป็นเวลาครึ่งปี ขณะนั้นมีหลายคนรู้สึกว่าการลงโทษนี้ช่างไร้เหตุผล หลังจากหลิ่วสือซุ่ยตื่นขึ้นมา เขาก็ถูกสงสัยว่ากินตานปีศาจของกุ่ยมู่หลิงลงไป เหล่าศิษย์ยิ่งรู้สึกว่าเจี่ยนหรูอวิ๋นมิได้รับความเป็นธรรม จึงรู้สึกไม่พอใจแทนเขา
สภาวะของเจี่ยนหรูซานมิอาจเทียบพี่ชายของเขาได้ แต่ถึงกระนั้นเขาก็ยังมีอันดับอยู่ในยอดเขาเหลี่ยงว่าง จึงมิอาจดูแคลนเขาได้
ศิษย์หลายคนกำลังครุ่นคิด มิรู้ว่าใครกันนะที่เป็นผู้โชคร้าย ต้องจับฉลากมาเจอกับศิษย์ยอดเขาเหลี่ยงว่างคนที่สอง
เจี่ยนหรูซานพลันกล่าวขึ้นมา “ข้าอยากระบุชื่อ”
เมื่อได้ยินประโยคนี้ เหล่าลูกศิษย์ต่างรู้สึกตกใจ
งานชุมนุมซื่อเจี้ยนของชิงซานจะดำเนินการประลองตามลำดับที่จับฉลากได้ แต่ก็มีข้อยกเว้นอยู่เหมือนกัน นั่นคือการขอท้าสู้โดยระบุชื่อ
ในเมื่อเป็นการท้าสู้โดยระบุชื่อก็ย่อมไม่มีใครกล้าเลือกศิษย์ที่อ่อนแอกว่าคน หากจะเลือกก็จะเลือกคู่ต่อสู้ที่ได้รับการยอมรับว่ามีความสามารถและสภาวะที่เหนือกว่าตน
เจี่ยนหรูซานเตรียมจะท้าสู้ใคร?
ทุกคนต่างสังเกตเห็นว่าสายตาของเขากำลังมองไปยังแท่นหินทั้งเก้าที่อยู่บนหน้าผา ในใจครุ่นคิดหรือเ