งคงมิสนใจ เขาเอาแต่มองไปยังทางขึ้นเขาเส้นนั้น
เจี่ยนหรูซานที่ถูกเมินโมโหขึ้นมา เขาคิดว่าจิ๋งจิ่วพยายามแสร้งทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้ จึงยิ่งรู้สึกว่าน่าไม่อาย จากนั้นกล่าวว่า “เจ้า…”
คำพูดเขายังไม่ทันพูดจบก็ถูกขัดจังหวะ
บนทางขึ้นเขาที่อยู่ไกลออกไปมีเสียงประหลาดดังขึ้นมา
เสียงนั้นฟังดูเสียดหูยิ่งนัก คล้ายกับกระบี่สองเล่มกำลังเสียดสีกันอยู่
เหล่าลูกศิษย์หันมองไปตามเสียง
เงาคนผู้หนึ่งปรากฏขึ้นบนทางขึ้นเขา
คนผู้นั้นร่างกายซูบผอม อาภรณ์ดูเก่า พลิ้วไหวตามสายลม
เขาก้าวเดินเข้ามา เหล่าศิษย์มองเห็นใบหน้าเขาได้อย่างชัดเจน
คนผู้นั้นใบหน้าซีดขาว เบ้าตาหลุบลึก ผมเผ้ายุ่งเหยิงคล้ายวัชพืช
ที่น่าแปลกก็คือบนเท้าทั้งสองข้างของเขามิได้มีโซ่ตรวจล่ามเอาไว้ แต่เวลาที่เขาเดิน ระหว่างพื้นรองเท้ากับก้อนหินกลับมีเสียงเสียดสีของโลหะดังขึ้นมา
รอบป่าหินมีเสียงอุทานตกใจ
“หลิวสือซุ่ย!”
“เขามาได้อย่างไร!”
ผ่านมาสองปีแล้ว
เขาเอาแต่อยู่ในห้องหินด้านหลังหน้าผาของยอดเขาเทียนกวง มิเคยปรากฏตัวมาก่อน
อดีตเมล็ดพันธ์แห่งเต๋าแต่กำเนิด ค่อยๆ ถูกผู้คนลืมเลือน
แต่วันนี้ จู่ๆ เขากลับปรากฏตัวขึ้นตรงหน้าทุกคน
คล้ายกับผีตนหนึ่ง
เจ้าล่าเยวี่ยสีหน้าคร่ำเคร่งเล็กน้อย
เหล่าผู้อาวุโสสีหน้าแปรเปลี่ยนเล็กน้อย
พวกเขารู้อะไรบางอย่างจากการฟังเสียงนั้น
มีเสียงกระบี่ดังออกมาในขณะที่เดิน
นี่คือสัญญาณของการบรรลุวิชาเจตน์กระบี่หลอมกายาระดับต้น!
เจ้าล่