ตกเย็น ธารสี่เจี้ยนสะท้อนแสงอาทิตย์ที่กำลังลาลับขอบฟ้า ดูคล้ายผ้าแพรสีแดงผืนหนึ่ง
บริเวณหน้าผ้าครึกครื้นวุ่นวายยิ่งนัก เหล่าวานรได้เอากระบี่ของเซวียหย่งเกอไปคืนนานแล้ว ความวุ่นวายที่เกิดขึ้นย่อมมิได้เป็นฝืมือพวกมัน
ศิษย์หลายคนกำลังเก็บข้าวของ ประเดี๋ยวหลังจากนี้จะไปเริ่มต้นชีวิตใหม่ยังยอดเขาทั้งเก้า
ภายในถ้ำหินแห่งหนึ่งที่ถูกตกแต่งเอาไว้ค่อนข้างอบอุ่น ชายหนุ่มแซ่หยวนเก็บสัมภาระเรียบร้อย ครั้นเห็นศิษย์น้องอวี้ซานที่ยังคงดูเหงาหงอยไม่มีความสุขก็อดถอนใจออกมามิได้
“ไปยอดเขาซั่งเต๋อแล้วก็ฟังอาจารย์ อย่างอแงล่ะ”
“ข้ามิได้อยากไปเสียหน่อย”
ศิษย์น้องอวี้ซานกล่าวด้วยสีหน้าน้อยใจ
จากนั้นนางพลันคิดถึงข่าวลือบางเรื่องขึ้นมา ก่อนจะกล่าวอย่างหวาดกลัวว่า “อาจารย์ลุงกฎแห่งกระบี่น่ากลัวจริงๆ ใช่ไหม?”
ชายหนุ่มแซ่หยวนกล่าวปลอบใจ “ศิษย์พี่จิ๋งให้เจ้าไป มีหรือจะปล่อยให้เจ้าไปลำบาก?”
“นั่นมันก็ใช่” ศิษย์น้องอวี้ซานพลันคิดถึงเรื่องหนึ่งขึ้นมา กล่าวว่า “ต้องเรียกว่าอาจารย์อาจิ๋ง…ท่านอย่าลืมสิ”
ชายหนุ่มแซ่หยวนกล่าว “เข้าใจแล้ว”
จากศาลาหนานซงมายังธารสี่เจี้ยน ทั้งสองคนได้รับคำชี้แนะจากจิ๋งจิ่วอยู่หลายครั้ง
สถานะของจิ๋งจิ่วเองก็แปรเปลี่ยนจากศิษย์น้องจิ๋งในตอนแรกกลายเป็นศิษย์พี่จิ๋ง จนกระทั่งกลายเป็นอาจารย์อาจิ๋งในตอนนี้
ศิษย์น้องอวี้ซานไม่สามารถเข้าไปยังยอดเขาเสินม่อได้ ในใจย่อมรู้สึกไม่ค่อยมีความสุข แต่เมื่อ