คิดถึงว่าสุดท้ายแล้วจิ๋งจิ่วยังคงชี้แนะตน จึงรู้สึกดีใจขึ้นมา กล่าวว่า “ข้าไปเที่ยวได้หรือไม่?”
ชายหนุ่มแซ่หยวนรู้ว่านางหมายถึงอะไร จึงมิกล้ารับปากโดยทันที กล่าวว่า “ข้าต้องถามอาจารย์ก่อน”
……
……
ยอดเขาเสินม่อที่อยู่ภายใต้อาทิตย์อัสดงคล้ายกระบี่ที่กำลังลุกไหม้เล่มหนึ่ง
จิ๋งจิ่วยืนอยู่ริมผา สายตาทอดมองยอดเขาซั่งเต๋อที่อยู่อีกฟาก มิรู้กำลังคิดอันใด
ก่อนจากชิงซานไป เขาก็มองดูที่นั่นอยู่บ่อยครั้ง
เจ้าล่าเยวี่ยเดินมายืนข้างกายเข้า กล่าวถามว่า “เหตุใดมิให้นางไปยอดเขาชิงหรง?”
จิ๋งจิ่วมิได้ตอบ ในใจครุ่นคิดว่าสาเหตุความขัดแย้งระหว่างตนกับยอดเขาชิงหรงนั้นไม่สะดวกที่จะบอกผู้อื่นจริงๆ
เจ้าล่าเยวี่ยถามอีกครั้ง “เหตุใดเจ้าไม่รับชายหนุ่มแซ่หยวนคนนั้นเอาไว้เอง?”
จิ๋งจิ่วกล่าว “ข้ามิเคยรับศิษย์มาก่อน แต่ได้ยินว่าต้องตีแรงๆ เป็นประจำ และเป็นเพราะเหตุผลบางอย่าง ข้าจึงไม่สะดวกจะตีเขา”
ดังนั้นเขาจึงให้เจ้าล่าเยวี่ยออกหน้า เพื่อชายหนุ่มแซ่หยวนจะได้ถูกตีสะดวกๆ?”
ชายหนุ่มแซ่หยวนเพิ่งจะขึ้นมาถึงยอดเขาพลันได้ยินคำพูดประโยคนี้ เขามองดูจิ๋งจิ่วตาปริบๆ ในใจครุ่นคิดตนเองทำผิดอะไร?
เหล่าวานรที่อยู่ในป่าโหวกเหวกโวยวายไม่หยุด พวกมันส่งกู้ชิงขึ้นมาบนยอดเขา
ชายหนุ่มแซ่หยวนเอาคำพูดของศิษย์น้องอวี้ซานบอกเล่าออกมา
กู้ชิงยิ้มๆ พลางกล่าว “ได้สิ ข้าอยู่มาสามปีแล้วก็ไม่มีใครมาว่าอะไร”
ชายหนุ่มแซ่หยวนสีหน้าสับสน ในใจครุ่นคิด