ได้เด็ดเดี่ยวถึงเพียงนี้ ทั้งๆ ที่มีผู้อาวุโสระดับแหวกทะเลสองคนกำลังแย่งตัวเขาอยู่
เจ้าล่าเยวี่ยนั้นอายุน้อยกว่าเขาปีหนึ่ง
ทุกคนต่างคิดว่าอีกประเดี๋ยวกู้ชิงก็จะกลายเป็นศิษย์ของเจ้าล่าเยวี่ย แต่หลังจากนั้นพลันเกิดเรื่องที่ไม่คาดคิดขึ้นอีก
……
……
จิ๋งจิ่วกล่าว “ข้าเอง”
เจ้าล่าเยวี่ยกล่าว “ได้”
จิ๋งจิ่วเดินไปที่ริมผา กล่าวว่า “เจ้ายินดีติดตามข้าเพื่อเรียนกระบี่หรือไม่?”
เมื่อได้ยินประโยคนี้ บริเวณหน้าผาพลันมีเสียงฮือฮาดังขึ้น
หากคนที่รับกู้ชิงเป็นศิษย์คือเจ้าล่าเยวี่ยก็ว่าไปอย่าง เพราะนางบรรลุสภาวะขั้นมิประจักษ์แล้ว ที่สำคัญกว่านั้นก็คือนางยังเป็นเจ้าแห่งยอดเขาเสินม่อ
พรสวรรค์ทางวิถีกระบี่ของจิ๋งจิ่วเองก็สูงส่งอย่างมากเช่นกัน แต่ในช่วงเวลาสามปีกลับไม่มีความก้าวหน้า ตอนนี้ยังอยู่ในขั้นสมความนึกคิด….เทียบกับกู้ชิงเมื่อสามปีก่อนแล้วยังด้อยกว่าด้วยซ้ำ
แล้วกู้ชิงจะไปกราบเขาเป็นอาจารย์ได้อย่างไร?
ขณะที่ทุกคนกำลังคิดเช่นนี้ พวกเขาพลันได้ยินคำตอบของกู้ชิง
“ข้ายินดี”
สีหน้าของกู้ชิงราบเรียบ มิได้มีอาการฝืนใจเลยแม้แต่น้อย
บริเวณรอบๆ เงียบกริบ
……
……
งานชุมนุมเฉิงเจี้ยนดำเนินต่อไป
การแสดงฝีมือของเหล่าลูกศิษย์ล้วนแต่ยอดเยี่ยมอย่างมาก โดยเฉพาะชายหนุ่มแซ่หยวนจากจังหวัดเล่อล่างที่ปกติมักจะทำตัวไม่โดดเด่น แต่วันนี้กลับทำให้ทุกคนตกตะลึง เหล่าอาจารย์ถึงได้รู้ว่าเขาบรรลุเข้าสู่สภาวะสมความนึกคิดแล้ว ทำให้เ