กิดการถกเถียงพูดคุยและยื้อแย่งจากหลายฝ่าย กระทั่งยอดเขาเหลี่ยงว่างก็ยังแสดงความสนใจในตัวเขา
เจ้าล่าเยวี่ยมองไปทางจิ๋งจิ่ว กล่าวว่า “เขาหรือ?”
จิ๋งจิ่วพยักหน้า
เมื่อสามปีก่อนชายหนุ่มแซ่หยวนได้เคยฝากกู้ชิงมาถามแล้วว่ายอดเขาเสินม่อจะรับศิษย์สืบทอดกระบี่หรือไม่
เจ้าล่าเยวี่ยเดินไปริมผา
เสียงถกเถียงบริเวณหน้าผาหายไปทันที
บนใบหน้าของชายหนุ่มแซ่หยวนเผยรอยยิ้มดีใจขึ้นมา
……
……
ริมลำธารพลันมีเสียงร่ำไห้ขึ้นมา
เหล่าลูกศิษย์มองไป ก่อนจะพบว่าเป็นศิษย์น้องอวี้ซาน
เมื่อเห็นหยดน้ำตาบนใบหน้าสาวน้อย ศิษย์ร่วมสำนักต่างรู้สึกปวดใจ จึงรีบถามปลอบใจว่า “เป็นอะไรหรือ?”
ศิษย์น้องอวี้ซานส่ายศีรษะ ก่อนจะใช้ปลายเสื้อเช็ดน้ำตาแล้วฝืนยิ้มออกมา “ไม่เป็นไร”
เมื่อเห็นจมูกที่แดงเล็กน้อยของนาง เหล่าลูกศิษย์ยิ่งไม่เข้าใจ ในใจครุ่นมันจะไม่มีอะไรได้อย่างไร มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่
บางคนมองเห็นชายหนุ่มแซ่หยวนที่ยืนอยู่บนหน้าผาผู้นั้น ในใจคาดเดาอะไรบางอย่างได้ จึงยิ้มมิได้กล่าวกระไร
พวกเขาไหนเลยจะรู้ว่าศิษย์น้องอวี้ซานมิได้เสียใจเพราะเรื่องนี้เลย
สิ่งที่นางเสียใจก็คือศิษย์พี่กู้ชิงและศิษย์พี่หยวนกลายเป็นศิษย์สืบทอดกระบี่ของยอดเขาเสินม่อแล้ว อย่างนั้น…ไม่เท่ากับว่ายอดเขาเสินม่อรับศิษย์จนเต็มแล้วหรอกหรือ?
ยอดเขาเสินม่อมีเพียงเจ้าล่าเยวี่ยและจิ๋งจิ่วสองคน จึงรับศิษย์สืบทอดกระบี่ได้เพียงสองคนเท่านั้น
แต่ว่านางยังไม่ได้ลงไปแสดงฝ