แห่งเต๋าเริ่มลึกซึ้งเข้าใจได้ยาก ความก้าวหน้านั้นก็จะค่อยๆ ช้าลง จนกระทั่งอาจจะหยุดอยู่กับที่มิคืบหน้าไปไหน”
เซวียหย่งเกอมองดูบนหน้าผา ยิ้มเยาะพลางกล่าว “ในสามปีไม่มีความก้าวหน้าเลยแม้แต่นิดเดียว ข้าว่าแล้วว่าเขาต้องเป็นคนแบบนี้”
ผ่านไปสามปี เซวียหย่งเกอได้บรรลุสภาวะขั้นตั้งมั่นจนบริบูรณ์ หลายวันก่อนได้รับความช่วยเหลือจากปรมาจารย์อาแห่งยอดเขาซื่อเยวี่ย จึงบรรลุเข้าสู่ขั้นสมความนึกคิดได้ เขารู้ว่าตนเองจะต้องถูกยอดเขาเหลี่ยงว่างเลือกและได้รับการถ่ายทอดเพลงกระบี่ที่แท้จริงอย่างแน่นอน เช่นนั้นหลังจากนั้นตัวเองจะต้องไล่ตามหรือก้าวข้ามจิ๋งจิ่วได้เป็นแน่
นี่ล้วนแต่เป็นความคิดของลูกศิษย์ธรรมดา แต่อีกหลายๆ คนกลับมิได้คิดเช่นนี้
ลูกศิษย์ที่อายุเท่านี้ส่วนใหญ่จะมีสภาวะต่ำกว่าขั้นสมความนึกคิด การที่พวกเขาคาดหวังจะให้จิ๋งจิ่วบรรลุสภาวะขั้นมิประจักษ์นั้น นอกจากความริษยาแล้วก็หาได้มีคำอธิบายอื่นไม่
ในงานชุมนุมเฉิงเจี้ยนเมื่อสามปีก่อน ภาพที่จิ๋งจิ่วเอาชนะกู้ชิงยังคงติดตาทุกคนอยู่ — วิถีกระบี่ย่อมต้องมีสภาวะเป็นรากฐาน แต่มิได้หมายความว่าต้องพึ่งพิงสภาวะไปเสียทั้งหมด จากศาลาหนานซงเข้ามาเป็นศิษย์ในสำนัก จิ๋งจิ่วได้สร้างความตกตะลึงให้กับทุกคนหลายอย่าง ไม่มีผู้ใดกล้าทำการวิเคราะห์ออกมาส่งเดช
สิ่งที่คนเหล่านั้นรู้สึกสงสัยยิ่งกว่าก็คือเหตุใดเขาจึงปรากฏตัว เพราะก่อนที่เขาจะออกไปท่องเที่ยวในโลกปุถุชน เขามิ