เคยออกจากยอดเขาเสินม่อมาก่อน
หลินอู๋จือมองเขาอย่างประหลาดใจพลางถามว่า “เจ้าไม่นั่งเหม่ออยู่ที่ยอดเขา แต่มาดูเรื่องสนุกด้วยเหมือนกันหรือ?”
จิ๋งจิ่วกล่าว “ข้าเองก็จะรับศิษย์เหมือนกัน”
เพิ่งสืบทอดกระบี่ได้สามปีก็จะรับศิษย์? หลินอู๋จือคิดว่าคำพูดประโยคนี้ของเขามันช่างน่าขันยิ่งนัก แต่ในขณะที่คิดจะหัวร่อออกมา เขาพลันนึกขึ้นมาได้ว่าเวลานี้จิ๋งจิ่วเป็นอาจารย์รุ่นที่สองของยอดเขาเสินม่อแล้ว เขาย่อมมีสิทธิ์ที่จะรับลูกศิษย์ เพียงแต่…ทำไมตัวเขายังรู้สึกว่ามันน่าขันล่ะ?
“ขั้นสมความนึกคิดก็รับลูกศิษย์ได้หรือ?” เขากล่าวถามอย่างไม่แน่ใจ
จิ๋งจิ่วกล่าวอย่างมั่นใจ “หากกฎสำนักมิได้เปลี่ยนแปลง เช่นนั้นก็ได้”
……
……
งานชุนนุมเฉิงเจี้ยนเริ่มขึ้น
เหล่าลูกศิษย์ที่ฝึกฝนอย่างยากลำบากอยู่ที่ริมธารสี่เจี้ยนมาสามปี ทยอยเดินขึ้นไปยังก้อนหินที่อยู่กลางลำธารตามลำดับในสมุดรายชื่อ จากนั้นแสดงวิถีกระบี่ที่ตนเองได้เฝ้าฝึกฝนมา
งานชุมนุมเฉิงเจี้ยนในปีนี้ยังคงเหมือนที่ผ่านมา มันเป็นทั้งเวทีสำหรับเลือกและถูกเลือก หลายๆ เรื่องได้ถูกตกลงกันอย่างลับๆ เป็นที่เรียบร้อยก่อนที่งานชุมนุมจะเริ่มขึ้น คนจากแต่ละยอดเขาถือสมุดเล่มเล็กเอาไว้พลางพูดคุยกระซิบกระซาบ เหล่าศิษย์ที่เข้าร่วมงานชุมนุมเฉิงเจี้ยนใช้สายตาที่เฝ้ารอคอยมองไปบนหน้าผา โดยหวังจะได้ยินชื่อของตนเอง
ยอดเขาเหลี่ยงว่างและยอดเขาเทียนกวงยังคงเป็นสถานที่ที่เหล่าลูกศิษย์อยากจะไป