ข้างธารสี่เจี้ยน เม็ดทรายน่าจะมีอยู่เพียงหนึ่งในสามเท่านั้น
เมื่อคำนวณจากเวลาแล้ว เรื่องที่จิ๋งจิ่วทำนี้น่าจะยิ่งยากขึ้นไปทุกขณะ
และเป็นเพราะจานกระเบื้องกับทรายเหล่านี้ นางถึงได้มั่นใจว่าการเล่นหมากล้อมนั้นเป็นเรื่องที่ง่ายดายที่สุดบนโลกนี้สำหรับจิ๋งจิ่ว
ต่อให้เป็นถงเหยียนก็หาใช่คู่ต่อสู้ของเขาไม่
ในขณะที่ครุ่นคิดเรื่องนี้ บริเวณหน้าผาพลันมีเสียงฝีเท้าเร่งรีบดังขึ้นมา
กู้ชิงรุดมายังยอดเขาด้วยฝีเท้าที่เร็วที่สุด ยังมิทันจะได้คารวะก็เอ่ยปากถามจิ๋งจิ่วว่า “เหมยฮุ่ย?”
จิ๋งจิ่วส่งเสียงอืม
กู้ชิงสีหน้าแปรเปลี่ยนเล็กน้อย ก่อนจะกล่าวถามอีกครั้งว่า “ถงเหยียน?”
เจ้าล่าเยวี่ยกล่าว “หากเขาไปล่ะก็นะ”
กู้ชิงยืนอยู่ริมผาพลางครุ่นคิดอย่างจริงจัง จากนั้นกล่าวกับจิ๋งจิ่วว่า “ต้องชนะ”
คงเป็นเพราะได้รับอิทธิพลจากจิ๋งจิ่ว ตอนนี้คำพูดของเขาเองก็น้อยลงเรื่อยๆ แต่ไม่รู้เพราะเหตุใด วานรที่อยู่ในยอดเขาเหล่านั้นกลับไม่มีการเปลี่ยนแปลงเลย
จิ๋งจิ่วเหลียวมองเจ้าล่าเยวี่ยพลางกล่าว “ดูสิ ใจของเขาสงบนิ่งจริงๆ แข็งแกร่งกว่าเจ้าและสือซุ่ยเสียอีก”
กู้ชิงได้ยินเขาชมว่าตนเองแข็งแกร่งกว่าเจ้าล่าเยวี่ย จึงรู้สึกทำตัวมิค่อยถูก ครั้นคิดถึงว่าในคำพูดของเขาเอ่ยถึงหลิ่วสือซุ่ย จึงกล่าวอย่างจริงจังว่า “ตอนนี้เขาใช้ชีวิตลำบากมาก ข้าเคยไปเยี่ยมเขาครั้งหนึ่ง จากนั้นเขาก็ไม่ยอมเจอข้าอีก ข้าคิดว่าจิตใจของเขาคงจะมีปัญหาจริงๆ เจ้าน่า