แล้ว!”
“อาจารย์อาล่าเยวี่ย!” มีศิษย์แก้ไขให้
“กระบี่มิคำนึงยิ่งแดงขึ้นกว่าเก่า ดูคล้ายเลือดเลย”
“กลัวอะไร? กระบี่แห่งชิงซานออกไปจะต้องอาบเลือด อาจารย์อาล่าเยวี่ยกำจัดมารขจัดความชั่ว กระบี่เซียนย่อมต้องแดงขึ้นกว่าเก่าอยู่แล้ว”
……
……
ลำแสงกระบี่สีแดงมาถึงปลายยอดเขา ภายในป่าบริเวณหน้าผามีเสียงร้องของวานรดังขึ้นมา จากนั้นจึงมีเสียงเสียดสีของต้นไม้ดังขึ้น คาดว่าน่าจะมาจากการที่เหล่าวานรกำลังรีบมาหาพวกเขา
เหล่าวานรดูกระตือรือร้นอย่างยิ่งที่จะได้มาหาเจ้านาย ดูแล้วคงคิดถึงเป็นอย่างมาก
จิ๋งจิ่วรู้สึกว่าหนวกหู ในใจครุ่นคิดเหตุใดวานรเหล่านี้นับวันจะยิ่งคล้ายวานรที่ยอดเขาซื่อเยวี่ยเข้าไปทุกที
เจ้าล่าเยวี่ยเข้าไปในถ้ำอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้า
เรื่องแรกที่จิ๋งจิ่วทำก็คือย้ายเก้าอี้ไม้ไผ่ตัวนั้นออกมาแล้วนอนลงไป
ในสองปีนี้ไม่มีเก้าอี้ไม้ไผ่ตัวนี้ กระทั่งเวลานอนของเขาก็น้อยลงไปมาก
นอกจากเก้าอี้ไม้ไผ่แล้วเขายังลืมเอาจานกระเบื้องไปด้วย ในเวลานี้เขาก็นำมันออกมาด้วยเช่นกัน
เจ้าล่าเยวี่ยเดินออกมาจากถ้ำพลางเช็ดผมที่ยังเปียกชื้นอยู่เล็กน้อย ก่อนจะเห็นจิ๋งจิ่วนอนอยู่บนเก้าอี้ไม้ไผ่ ในมือคีบทรายเอาไว้ สายตามองดูจานกระเบื้องใบนั้นอย่างเหม่อลอย
ไม่ได้เห็นภาพนี้มานานแล้วจริงๆ
ในดวงตาของนางมีสายตายิ้มๆ ปรากฏแวบขึ้นมา
เม็ดทรายที่อยู่บนจานกระเบื้องกองจนใกล้จะเต็มพื้นที่เกือบครึ่งแล้ว
นางจำได้แม่นยำ ตอนที่ยังอยู่ริมผา