เจ้าล่าเยวี่ยยื่นมือขวา
จิ๋งจิ่วยื่นมือซ้าย
กุมมือกัน
ลมพัดขึ้น
กระบี่บินพุ่งออกไป
บนหมู่เมฆมีรูโหว่ปรากฏขึ้นมารูหนึ่ง จากนั้นค่อยๆ ปิดลง
เส้นสีแดงที่ดูเลือนรางยังคงหลงเหลืออยู่กลางอากาศ แผ่กระจายกลิ่นคาวเลือดจางๆ ออกมา
ทั้งสองคนมิได้ร่ำลาคนอื่น ทั้งมิได้กล่าวกระไรกับซีหวังซุน ดูค่อนข้างเสียมารยาทอยู่ทีเดียว เพียงแต่วันนี้เกิดเรื่องราวขึ้นมากมาย ความตะลึงลานภายในใจผู้คนยังมิจางหาย ไม่มีผู้ใดจะมาคิดถึงเรื่องนี้ คนที่พอจะคิดได้ก็รู็สึกคล้ายว่าการกระทำเช่นนี้นี่แหละ ถึงจะเหมาะสมกับภาพลักษณ์ที่สาวน้อยแห่งยอดเขาเสินม่อทิ้งเอาไว้ให้ทุกคน
เซี่ยงหว่านซูมองดูแสงสีแดงที่ค่อยๆ จางหายไปในลมทะเล พลางกล่าวพึมพำขึ้นมา “หรือว่านี่คือกระบี่มิคำนึงที่่ท่านนักพรตทิ้งเอาไว้?”
ในขณะที่กล่าวประโยคนี้ เขารู้สึกทอดถอนใจ ใบหน้าอันเกลี้ยงเกลามีสีหน้าชื่นชมและปรารถนา
ศิษย์อัจฉริยะของสำนักจงโจวมีจำนวนเยอะกว่าชิงซาน เขาเป็นเพียงหนึ่งในนั้น แล้วก็รู้ด้วยว่าอัจฉริยะบนโลกนี้มีจำนวนนับไม่ถ้วน
คนแบบไหนจึงจะเรียกได้ว่าเป็นอัจฉริยะอย่างแท้จริง? มีเพียงเวลาเท่านั้นจึงจะพิสูจน์ได้
ในอดีตมีอัจฉริยะจำนวนนับไม่ถ้วน เนื่องเพราะมิอาจผ่านด่านการบำเพ็ญเพียรได้จึงหายหน้าไปจากทุกคน จนกระทั่งหายสาบสูญไป เรื่องแบบนี้เกิดขึ้นมาแล้วนับครั้งไม่ถ้วนบนโลกแห่งการบำเพ็ญพรต
ในอดีตที่ผ่านมา อัจฉริยะที่ยิ่งใหญ่ที่แท้จริงคือผู้ใด? ย่อมต้องเ