ดี่ยวที่สุด เทียนกวงสูงที่สุด
ช่วงเวลาต้นฤดูใบไม้ผลิ สรรพสิ่งหวนคืนกลับมา หมู่ไม้บนยอดเขาเทียนกวงกลายเป็นสีเขียวชอุ่ม มองออกไปรอบๆ กลายเป็นสีเขียวทั้งผืนดูงามตา
เงาร่างสูงใหญ่ยืนอยู่ริมผา สายตามองดูทิวทัศน์ที่งดงามนี้ แต่ร่างกายกลับแผ่ไออันเยียบเย็นออกมา
“คิดไม่ถึงว่าเขาจะยังมีชีวิตอยู่ แล้วยังมาหาเจ้าด้วย?”
คนที่เขาสนทนาด้วยมิใช่คน หากแต่เป็นแมวขาวขนยาวตัวหนึ่ง
ไป๋กุ่ยหนึ่งในสี่ผู้พิทักษ์ วันนี้ไม่รู้เพราะเหตุใดจึงออกจากยอดเขาปี้หู แล้วมาที่นี่
บนยอดเขาเทียนกวงมีป้ายหินอยู่แผ่นหนึ่ง แบกเอาไว้โดยเต่าหินตัวหนึ่ง
เต่าหินตัวใหญ่ยักษ์ ขนาดเส้นรอบวงประมาณสิบจ้าง
ไป๋กุ่ยฟุบหมอบอยู่บนหัวของเต่าหิน ขนาดรูปร่างเทียบกันแล้วดูเล็กจ้อย
มันมิได้สนใจคำพูดของคนผู้นั้น หากแต่เลียขนไม่หยุด จากนั้นทำความสะอาดใบหน้า ดูจริงจังยิ่งนัก
—- คำพูดที่ต้องบอก ข้าก็เอามาบอกแล้ว ส่วนเหตุใดพวกเจ้าสองอาหลานต้องแสร้งทำเป็นไม่รู้จักกัน อันนั้นมันไม่เกี่ยวกับข้า
ไป๋กุ่ยมีความอยากรู้อยากเห็นอย่างรุนแรงในหลายๆ เรื่อง ชิงซานมีคำพังเพยสั้นๆ อยู่ท่อนหนึ่งก็มาจากเรื่องนี้
ปัญหาคือคำพังเพยอีกท่อนหนึ่ง มันจำได้แม่นยำยิ่งกว่า — ความอยากรู้อยากเห็นฆ่าแมว
“เรื่องนี้ข้ามิได้เป็นคนจัดการ แต่ข้ารู้ อีกทั้งสนับสนุน ชิงซานบำเพ็ญกระบี่ เช่นนั้นก็ต้องปล่อยกระบี่ ยอดเขาเหลี่ยงว่างมีอยู่ก็ด้วยเหตุนี้ โลหิตอันเร่าร้อนของคนหนุ่มสาวมิอาจ