ิงชราคนหนึ่ง! ข้าอยากจะรู้ว่าพวกเขาล่วงเกินอะไรท่านเจ้าแห่งยอดเขา! แล้วพวกเขาล่วงเกินท่านเจ้าแห่งยอดเขาได้อย่างไร!”
เจ้าล่าเยวี่ยเลิกคิ้วเตรียมจะกล่าวอะไร
จิ๋งจิ่วเหลือบมองนาง
เจ้าแห่งยอดเขาของชิงซานถูกขุนนางของราชสำนักคนหนึ่งไล่ต้อนจนกล่าวอะไรไม่ออก?
ไม่มีใครเชื่อ
หลายคนคิดว่าที่เจ้าล่าเยวี่ยมิยอมพูดแก้ต่าง นั่นเป็นเพราะนางคิดว่าการโต้เถียงกับขุนนางของราชสำนักผู้นี้จะทำให้ตนเองเสื่อมเสียเกียรติ แต่พวกเขากลับไม่รู้เลยว่าที่นางไม่ยอมพูดนั้นเพียงเพราะว่าจิ๋งจิ่วคิดว่ามันยุ่งยาก
“คนเหล่านั้นมิได้ล่วงเกินอาจารย์อา แต่จะต้องล่วงเกินกระบี่ของชิงซานอย่างแน่นอน”
เยาซงซานมองดูซือเฟิงเฉินพลางกล่าวเสียงเยือกเย็น “กระบี่พบความอยุติธรรมจึงส่งเสียงร้อง คนเหล่านั้นเหตุใดจึงตายด้วยกระบี่อาจารย์อา ข้าคิดว่าท่านน่าจะทราบดีกว่าใคร”
ซือเฟิงเฉินยิ้มเยือกเย็นพลางกล่าว “ในสองปีที่ผ่านมา เจ้าแห่งยอดเขาท่องเที่ยวไปทั่ว หรือเจ็ดสิบกว่าชีวิตนั้นมิต้องการคำอธิบาย?”
เยาซงซานมองขุนนางราชสำนักผู้นี้ คล้ายกำลังมองดูก้อนหินก้อนหนึ่ง
“สำนักชิงซานสังหารคนชั่วยังต้องมีคำอธิบาย? ใครมีสิทธิ์ให้พวกเราอธิบาย?”
……
……
คำพูดช่างแข็งกร้าว
กระบี่ช่างแหลมคม
ภายในตำหนักเงียบสงัด
สำนักชิงซานกล่าวคำพูดแบบนี้ออกมา ผู้ใดยังจะกล้าโต้แย้งอีก?
“ศิษย์พี่กล่าวเช่นนี้ก็มิถูกนัก แม้นจะชักกระบี่เพราะพบเจอกับความอยุติธรรม แต่อย่างไรก็ควรระว