ลับถูกศิษย์สำนักซานตูมาขวางทางเอาไว้เพราะต้องการชิงยา พวกเขาไม่รู้สถานะของอาจารย์อา ทั้งยังคิดฆ่าคน คนแบบนี้ย่อมต้องสมควรตาย!”
ในที่พักเซียนของเมืองไห่โจวเมื่อหลายวันก่อน เขากับศิษย์พี่เยาซงซานทราบเรื่องนี้แล้ว หลังนำมาเทียบกับบันทึกคดีของกรมชิงเทียน ก็สามารถอนุมานเหตุการณ์ในตอนนั้นได้ ในเวลานี้สิ่งที่เขากล่าวออกมา คลาดเคลื่อนจากเรื่องจริงที่เกิดขึ้นเพียงเล็กน้อย คนที่อยู่ภายในตำหนักพากันกระซิบกระซาบพูดคุยขึ้นมา
สมณะแก่แห่งวัดกั่วเฉิงรูปนั้นประกาศนามตน ก่อนกล่าวกับทุกคนว่า “ตอนนั้นอาตมาอยู่ในเรือนเป่าซู่ สหายหลายคนสามารถเป็นพยานได้”
ใครได้ยินคำพูดนี้ คนที่อยู่ในตำหนักย่อมต้องเชื่อวัดกั่วเฉิง ชื่อเสียงของวัดกั่วเฉิงในโลกนี้มิเคยด่างพร้อย ใครๆ ต่างเชื่อว่าสมณะแก่รูปนี้มิได้พูดปด
ผู้อาวุโสแห่งคุนหลุนคิดอยากบอกว่าตอนเจ้าล่าเยวี่ยสังหารคนในตรอกไม่มีใครเห็น ใครจะรู้บ้างว่าเกิดอะไรขึ้นกันแน่ แต่เมื่อเห็นบรรยากาศภายในตำหนักก็ทราบว่าต่อให้พูดไปก็หามีประโยชน์อันใดไม่ จึงอดรู้สึกกลุ้มใจไม่ได้
“เช่นนั้นคนอื่นล่ะ?”
ซือเฟิงเฉินก้าวไปข้างหน้าอีกหลายก้าว เข้าใกล้เจ้าล่าเยวี่ยไปอีกหน่อย
เขาจ้องมองดวงตาของเจ้าล่าเยวี่ยพลางกล่าว “สี่คนในเมืองซางโจวที่ตายด้วยน้ำมือท่านเป็นเพียงคนที่เดินทางผ่านมา! คนที่ถูกท่านตัดหัวในเมืองเทียนจิงเป็นทหารเสินเว่ย! คนที่ถูกท่านหั่นเป็นชิ้นๆ อยู่ในเมืองอวี้โจวเป็นเพียงหญ