์อาของเจ้า?”
ครั้นได้ยินคำพูดนี้ ภายในตำหนักพลันมีเสียงฮือฮาดังขึ้นมา มั่วซีคิ้วกระดกชี้ชัน รู้สึกโมโหยิ่งนัก
เหลียนซานเยวี่ยเป็นศิษย์พี่ของเจ้าสำนักแม่ชีสุ่ยเยวี่ย แต่ถ้าว่ากันตามสภาวะแล้วกลับเป็นอันดับหนึ่งในสำนักแม่ชีสุ่ยเยวี่ย คนที่มีหวังจะบรรลุสภาวะทะลวงสวรรค์ที่ผู้คนร่ำลือกันก็คือนาง
ไม่ว่าจะเป็นความอาวุโสหรือคุณสมบัติ นางก็หนึ่งในคนจำนวนมากที่อยู่บนจุดสูงสุดในโลกแห่งการบำเพ็ญพรต ได้ยินว่าเวลานางพบกับเจ้าสำนักชิงซานก็ยังทำการคารวะด้วยสถานะที่เท่ากันเท่านั้น
หากว่ากันตามระบบสายสืบทอดของนักพรตจิ่งหยางแล้ว จิ๋งจิ่วนั้นมีความอาวุโสเทียบเท่าอีกฝ่าย แต่ในโลกแห่งการบำเพ็ญพรตมีผู้ใดไม่รู้บ้างว่าเขาใช้วิธีเดินตามเจ้าล่าเยวี่ยขึ้นไปบนยอดเขาเสินม่อ? อีกทั้งต่อให้มีระดับความอาวุโสเท่าเทียมกัน แต่เจ้ากลับขานเรียกนามของผู้อาวุโสที่ยิ่งใหญ่แห่งการบำเพ็ญพรตออกมาตรงๆ เช่นนี้ มันเหมาะสมแล้วหรือ?
มั่วซีมองจิ๋งจิ่ว สายตาโกรธเกรี้ยวอย่างมาก คล้ายคิดอยากจะมองทะลุหมวกของเขาดูว่าหนังหน้าของเขามันหนาเพียงใดกันแน่
“เจ้ารู้ไหมเหตุใดอาจารย์อาของเจ้าจึงชื่อเหลียนซานเยวี่ย?”
จิ๋งจิ่วคล้ายมิรู้สึกอะไร กล่าวต่อว่า “กาลก่อนแคว้นเสวี่ยบุกลงใต้ ราชสำนักสูญเสียการปกครอง แผ่นดินโกลาหลวุ่นวาย ประชาชนพลัดถิ่น ทุกชีวิตทุกข์ยาก แล้วยังมีทหารโจรเข้ามาดักจับชาวบ้านที่ตกยากไปทำงานเลี้ยงดูกองทัพ อาจารย์อาของเจ้าลงมาจากเ