ขาพอดี ในเวลาสามเดือนสังหารคนไปสี่หมื่นชีวิต เผาหมู่บ้านโจรไปเจ็บสิบหมู่บ้าน โลกพากันขนานนามว่าเพลิงสงครามสามเดือน จากนั้นนางจึงได้ชื่อนี้มา”
ครั้นได้ยินเรื่องราวในอดีต ภายในตำหนักเงียบสงัดไร้ซุ่มเสียง ทุกคนคิดอย่างตกตะลึง…นี่คือเรื่องจริงอย่างนั้นหรือ?
เรื่องในอดีตเหล่านี้ผ่านมาเนิ่นนานจนกลายเป็นความลับที่ไม่มีผู้ใดล่วงรู้ อย่างเช่นมั่วซีก็มิเคยได้ยินมาก่อน นางจึงรีบโต้แย้งออกมาว่า “เจ้าพูดเหลวไหลอะไร? อาจารย์อาของข้านิสัยอ่อนโยน จะไปทำเรื่อง…ทำเรื่อง…”
นางพลันพบว่าตัวเองไม่รู้จะใช้คำพูดอะไรมานิยามตัวอาจารย์อาที่อยู่ในเรื่องราวนี้ ช่วยประชาชนนับหมื่นจากความทุกข์ยาก นี่ย่อมต้องกลายเป็นเรื่องเล่าที่เล่าขานสืบต่อกันมา แต่สังหารทหารโจรไปสี่หมื่นชีวิตในสามเดือน ในหมู่ทหารโจรเหล่านั้นเกรงว่าคงจะมีชาวบ้าน หรืออาจจะมีผู้หญิงและเด็กที่ถูกบังคับมาอยู่มากมายเป็นแน่ แล้วนางควรจะวิจารณ์อย่างไรดี?
เหล่าผู้บำเพ็ญพรตที่อายุยังน้อยมิทราบเรื่องราวนี้ แต่มิได้หมายความว่าผู้บำเพ็ญพรตที่เป็นผู้อาวุโสจะมิรู้เรื่องราว
ผู้อาวุโสแห่งคุนหลุนนิ่งเงียบมิกล่าวกระไร เขาไม่อยากจะหวนคิดถึงยุคสมัยที่โกลาหลวุ่นวายนั้น
ผู้อาวุโสแห่งสำนักกระบี่ซีไห่คิดถึงทะเลเลือดในเวลานั้น ใบหน้าพลันเปลี่ยนสีขึ้นมาเล็กน้อย
สมณะแก่แห่งวัดกั่วเฉิงส่ายศีรษะอย่างจนปัญญาเพื่อบอกมั่วซีว่าเรื่องเหล่านี้ล้วนเป็นเรื่องจริง อย่าได้พูดถึงอีกเ