ลย
มั่วซีร้อนใจ กล่าวว่า “แต่คนที่อาจารย์อาข้าสังหารล้วนแต่เป็นคนชั่ว!”
เยาซงซานแค่นหัวเราะ กล่าวว่า “หรือคนที่อาจารย์อาข้าสังหารเป็นคนดี?”
……
……
ชิงซานสังหารคน คือการกำจัดความชั่ว
นี่คือสิ่งที่ผู้บำเพ็ญพรตจำนวนมากและประชาชนส่วนใหญ่รับรู้
นี่ก็คือพลังหรือว่าบารมีที่สั่งสมมาของสำนักฝ่ายธรรมมะ มีเพียงคุณความดีที่สั่งสมมาเป็นเวลานานหลายปีจึงจะสามารถสร้างภาพลักษณ์ที่ไม่อาจสั่นคลอนเช่นนี้ได้
ซือเฟิงเฉินทราบว่าตนเองไม่อาจจับตัวอีกฝ่ายกลับไปได้อีก
แม้นเขาคิดจะทำเรื่องที่คนทั่วหล้าคัดค้าน นำเอากองทัพเสินเว่นและยอดฝีมือของราชสำนักมาช่วยเหลือคดีนี้ มันก็ไม่มีโอกาสที่จะสำเร็จ
สำนักซีไห่จะต้องรักษาจุดยืนตรงกลางอย่างแน่นอน วัดกั่วเฉิง สำนักต้าเจ๋อจะต้องยืนอยู่ฝั่งสำนักชิงซาน
สำนักจงโจวและสำนักแม่ชีสุ่ยเยวี่ยแม้นจะเคยออกมาแสดงความไม่เห็นด้วย แต่เมื่อต้องเจอกับความขัดแย้งระหว่างราชสำนักกับสำนักชิงซานจริงๆ พวกเขาก็ไม่มีทางที่จะยืนอยู่ข้างราชสำนักแน่นอน
ยิ่งไปกว่านั้นขุนนางระดับเขามีสิทธิ์อะไรไปเป็นตัวแทนราชสำนักกันล่ะ?
“เรื่องนี้ข้าจะแจ้งกับทางวังหลวง”
เขามองเจ้าล่าเยวี่ยพลางกล่าว “ข้าจะต้องขอคำอธิบายจากท่านแน่นอน แม้นจะเป็นเพียงแค่คำขอโทษคำหนึ่ง”
—- ต่อให้ข้าต้องแลกด้วยชีวิตก็ตาม
เขาครุ่นคิดอย่างเงียบๆ
เจ้าล่าเยวี่ยมิได้เข้าใจความคิดภายในใจและความฮึกเหิมที่แฝงไปด้วยความเศร้าอาดูรของขุนนางราชสำนัก