จู๋เจี้ยก้าวออกมาท้าทายอีกฝ่าย นี่คือคำแนะนำของกรมชิงเทียน
กรมชิงเทียนจัดวางกองทัพเสินเว่ยเอาไว้รอบเขา แต่ก็กังวลว่าอีกฝ่ายจะขี่กระบี่บินหนีไป พวกเขาจึงตัดสินใจที่จะลงมือบนลานเมฆ ที่นี่มีผู้บำเพ็ญพรตอยู่หลายคน ยอดฝีมือของสำนักกระบี่ซีไห่เองก็มีอยู่จำนวนมาก มีเพียงสิ่งเดียวที่กรมชิงเทียนกังวลก็คือสำนักซีไห่อาจจะไม่พอใจเพราะงานเลี้ยงซื่อไห่ได้รับผลกระทบ ดังนั้นวิธีที่ดีที่สุดก็คือคิดหาวิธียั่วโมโหอีกฝ่าย ขอเพียงอีกฝ่ายลงมือก่อน สำนักซีไห่ย่อมมิอาจกล่าวโทษราชสำนักหลังจากจบงานได้ เผลอๆ บางทีอาจจะกลายเป็นผู้ช่วยเหลือที่สำคัญที่สุดก็เป็นได้
ส่วนตัวเลือกที่ดีที่สุดย่อมต้องเป็นจู๋เจี้ย เนื่องเพราะเขามีสัมพันธ์อันดีกับสำนักกระบี่ซีไห่ สามารถว่ากล่าวอะไรในตำหนักได้ตามอำเภอใจ ยิ่งไปกว่านั้นการพูดจาของเขายากที่จะทนฟังได้จริงๆ
“หรือว่าเจ้าหน้าตาอัปลักษณ์? ตอนเป็นเด็กถูกใครใช้มีดกรีดใบหน้า ทำลายโฉมอย่างนั้นหรือ?”
“หรือว่าเจ้าหน้าตางดงาม จนไม่ยอมให้คนอื่นเห็น?”
“รีบถอดหมวกเสียเถอะ ตัวข้านั้นนิยมชมชอบหญิงงาม หากเจ้าต้องตาข้าจริงๆ ข้าจะต้องดูแลเจ้าเป็นอย่างดีแน่นอน
จู๋เจี้ยพูดจาไม่หยุด คำพูดทั้งเหยียดหยามและดูแคลนยิ่งนัก
เหล่าผู้บำเพ็ญพรตในตำหนักรู้สึกแปลกใจ ในใจครุ่นคิดเหตุใดคำพูดจึงหยาบโลนถึงเพียงนี้ มาตรว่าเจ้ามีสัมพันธ์อันดีกับสำนักกระบี่ซีไห่ แต่ก่อเรื่องวุ่นวายขนาดนี้ หรือมิกลัวว่าจะทำให้เจ้า