ของงานไม่พอใจ? อีกอย่างเจ้ามีความมั่นใจอะไร…พี่ชายเจ้าตายไปแล้ว พระสนมเองก็มิได้มีความสัมพันธ์อันใดกับเจ้า
เจ้าล่าเยวี่ยนิ่งเงียบมิพูดจา ไม่ว่าอีกฝ่ายจะดูหมิ่นอย่างไร นางก็มิได้เอ่ยปากตอบโต้
ไม่มีใครสังเกตเห็นว่าสีหน้าศิษย์ทั้งสองคนของชิงซานนั้นดูแย่ยิ่งนัก เยาซงซานที่มาจากยอดเขาเหลี่ยงว่างหรี่ตา คิ้วที่เรียวยาวราวกระบี่เลิกขึ้นเล็กน้อย เตรียมพร้อมจะสังหารคน
ที่นั่งของเซี่ยงหว่านซูแห่งสำนักจงโจวและมั่วซีแห่งสำนักแม่ชีสุ่ยเยวี่ยอยู่ใกล้สำนักชิงซาน พวกเขาสังเกตได้ถึงกลิ่นอายของเยาซงซานที่เปลี่ยนไป สีหน้าพลันคร่ำเคร่งขึ้นมาเล็กน้อย
“สาวน้อย…”
จู๋เจี้ยกล่าววาจาดูแคลนเจ้าล่าเยวี่ยมิหยุด สีหน้าท่าทางดูชั่วร้ายและเยาะเย้ยยิ่งนัก
ทันใดนั้น เสียงเขาพลันหยุดไป
ภายในตำหนักอันโอ่โถงพลันมีแสงสีแดงสว่างวาบขึ้นมา
อากาศที่เต็มไปด้วยกลิ่นหอมมีกลิ่นคาวเลือดแผ่กระจายออกมาจางๆ
ลำคอของจู๋เจี้ยขาดเป็นรู โลหิตสดๆ พุ่งกระเซ็นออกมาราวกับน้ำพุอย่างไรอย่างนั้น
กระบี่บินวกกลับ บินมาถึงตรงหน้าเจ้าล่าเยวี่ย ก่อนจะหายไปในฝ่ามือของนาง
ในเวลานี้ จู่เจี้ยเพิ่งจะรู้ตัวว่าเกิดอะไรขึ้น ในดวงตาเผยให้เห็นสายตาที่ตะลึงลานและสิ้นหวัง สองมือกุมลำคอของตัวเองไว้แน่น
โลหิตไหลทะลักออกมาจากช่องว่างระหว่างนิ้วของเขา ภาพเหตุการณ์ดูโหดร้ายทารุณยิ่งนัก
ไม่มีผู้ใดสามารถช่วยชีวิตเขาได้ จู๋เจี้ยใบหน้าขาวซีด ร่างกายค่อยๆ คุกเข่าลงไปกับ