เมื่อคิดถึงผู้ชนะที่สวมหมวกลี่เม่าเหมือนกันคนนั้น ผู้คนจึงพากันเข้าใจทันที ในใจครุ่นคิดที่แท้สตรีนางนี้ก็เป็นเพื่อนกับคนผู้นั้น มิแปลกที่จะพูดจาเช่นนี้
เซี่ยงหว่านซูกล่าว “โปรดชี้แนะ คำพูดข้าจอมปลอมอย่างไร?”
สีหน้าเขาสงบนิ่ง มิได้มีอารมณ์โกรธใดๆ คล้ายพยายามสะกดเอาไว้
เขามีนิสัยอ่อนโยน มิอยากก่อปัญหา แต่เมื่อมีคนมากล่าวคำพูดลบหลู่อาจารย์ จะมิให้เขาโต้ตอบได้อย่างไร?
บริเวณนั้นตกอยู่ในความเงียบทันที บรรยากาศเริ่มตึงเครียดขึ้นมา
สาวน้อยที่ยืนอยู่ริมผาย่อมต้องเป็นเจ้าล่าเยวี่ย
นางมองเซี่ยงหว่านซูพลางกล่าวอย่างเรียบเฉย “เจ้าบอกว่าหากเจ้าวางหมากเช่นนี้ ศิษย์พี่เจ้าจะตีเจ้า เช่นนี้มิเท่ากับว่าเขาซึ่งวางหมากเช่นนี้ก็สมควรโดนตีอย่างนั้นหรือ?”
คำพูดนี้คล้ายพยายามจะพูดตะแบง แต่หากครุ่นคิดถึงคำพูดก่อนหน้านี้ของเซี่ยงหว่านซูดูดีๆ ก็จะพบว่ามันหมายความเช่นนี้
เซี่ยงหว่านซูเลิกคิ้วเล็กน้อย กล่าวว่า “แล้วคำว่าจอมปลอมจะอธิบายอย่างไร?”
เจ้าล่าเยวี่ยกล่าว “เจ้าคิดว่าเขาวางหมากแย่ แต่มิยอมกล่าวออกมา เจ้าถึงขนาดคิดอยากจะตีเขา แต่มิกล้าทำ นี่ก็คือจอมปลอม”
เซี่ยงหว่านซูส่ายศีรษะกล่าวว่า “นี่มิใช่จอมปลอม ข้าเพียงคิดจะไว้หน้าสหายของเจ้าเท่านั้น”
เจ้าล่าเยวี่ยกล่าว “เจ้าคิดว่าเจ้ามีสิทธิ์วิจารณ์เขา?”
กลุ่มคนพากันฮือฮาขึ้นมา ในใจครุ่นคิดคำพูดนี้ช่างน่าขันสิ้นดี คนที่แข่งกับถงเหยียนแล้วถูกต่อให้เพียงสามหมากย่อม