ต้องมีสิทธิ์วิจารณ์เพื่อนเจ้าอยู่แล้ว
เซี่ยงหว่านซูเลิกคิ้วเล็กน้อย พลางกล่าว “ถูกต้อง ข้าอยากบอกเขาว่าการวางหมากมันมิได้ง่ายขนาดนั้น”
เจ้าล่าเยวี่ยกล่าว “เชื่อข้า สำหรับเขาแล้ว การวางหมากเป็นเรื่องที่ง่ายที่สุดในโลกแล้ว”
ขณะที่กล่าวคำพูดนี้ ในใจนางก็ครุ่นคิดขึ้นมา หากเจ้าได้เห็นจานกระเบื้องที่วางอยู่ข้างเก้าอี้ไม้ไผ่ตัวนั้น ได้เห็นทรายที่อยู่ในจานกระเบื้องเหล่านั้น เจ้าจะเข้าใจว่าข้าหมายความว่ากระไร
เซี่ยงหว่านซูกล่าว “อย่างนั้นหรือ? หวังว่าจะมีโอกาสได้ขอคำชี้แนะ”
“เจ้าไม่ไหวหรอก ให้ศิษย์พี่เจ้ามาดีกว่า”
น้ำเสียงของเจ้าล่าเยวี่ยเป็นธรรมชาติ คล้ายกำลังพูดเรื่องปกติธรรมดาเรื่องหนึ่งอยู่
ผู้คนฮือฮา
สำนักซีไห่จัดงานเลี้ยงซื่อไห่ขึ้นมาเพื่อแข่งกับงานชุมนุมเหมยฮุ่ย แต่ทุกคนต่างก็ทราบดี ว่าจะในด้านรายละเอียดหรือว่าด้านอื่น งานเลี้ยงซื่อไห่ล้วนมิอาจเทียบงานชุมนุมเหมยฮุ่ยได้
เจ้าคิดว่าเพื่อนของเจ้าได้ที่หนึ่งในการแข่งขันหมากล้อมของงานเลี้ยงซื่อไห่แล้วจะมีสิทธิ์ได้ประลองกับถงเหยียนอย่างนั้นหรือ
ถงเหยียนเป็นใคร? เป็นคนที่ผู้บำเพ็ญพรตธรรมดาจะได้เจออย่างนั้นหรือ?
เซี่ยงหว่านซูยิ้มเจื่อนมิกล่าวกระไร ในใจครุ่นคิดที่แท้ก็เป็นเด็กสาวที่มิรู้เรื่องราว อารมณ์โกรธเองก็หายไป มิได้ใส่ใจอะไรอีก
……
……
หลังจากนั้นครึ่งชั่วยาม เซี่ยงหว่านซูได้พบเด็กสาวที่มิรู้เรื่องราวคนนั้นอีกครั้ง
อีกประเดี๋ยวผู้ชนะของงา