นเลี้ยงซื่อไห่และแขกเหรื่อที่ได้รับเชิญอย่างเป็นทางการจะโดยสารเรือเดินสมุทรจากภูเขาโดดเดี่ยวขึ้นไปยังลานเมฆที่อยู่บนท้องฟ้า
เซี่ยงหว่านซูย่อมสามารถอาศัยพลังของตนเองในการเหยียบอากาศทะยานขึ้นไปได้ แต่เนื่องเพราะต้องการให้เกียรติแก่สำนักกระบี่ซีไห่ เขาจึงเลือกที่จะรออยู่ที่นี่
เขามองไปทางริมผา สายตาจับจ้องไปยังหมวกลี่เม่าของทั้งสองคนพลางส่ายศีรษะ ในใจครุ่นคิดมิรู้ว่าเป็นศิษย์สำนักไหนถูกเอาใจจนเสียคนแบบนี้
“รู้สึกอย่างไรบ้าง? สนุกไหม?” เจ้าล่าเยวี่ยถาม
จิ๋งจิ่วกล่าว “ไม่มาก”
เจ้าล่าเยวี่ยถาม “หมายความว่าอย่างไร?”
“หมากล้อมมิใช่การฝึกฝนตนเอง หากแต่เป็นการอาศัยความผิดพลาดของอีกฝ่ายในการเอาชนะ จุดนี้ค่อนข้างน่าเบื่อ”
เขาครุ่นคิดพลางกล่าวอีกว่า “อีกทั้งยังง่ายเกินไปด้วย”
……
……
เรือเดินสมุทรไร้ใบ ลอยตามลมขึ้นไป ไม่นานก็แยกตัวจากพื้นดิน ลอยล่องเข้าไปในหมู่เมฆ
ภายในหมู่เมฆที่อยู่รอบๆ สามารถมองเห็นหินผาขรุขระที่ปรากฏให้เห็นตะคุ่มๆ อีกทั้งยังมีหอและศาลาที่อยู่ห่างเพียงคืบ
ผู้บำเพ็ญพรตบางส่วนมาเยือนสำนักกระบี่ซีไห่เป็นครั้งแรก พวกเขาถึงได้รู้ว่าลานเมฆที่ว่านั้น แท้ที่จริงแล้วคือภูเขาลอยฟ้าลูกหนึ่งที่อยู่ในก้อนเมฆ
เรือเดินสมุทรจอดอยู่บนยอดเขา ศิษย์ของสำนักซีไห่เข้ามาพาทุกคนเข้าไปยังตำหนักที่ดูโอ่โถงงดงาม
อาคันตุกะจากสำนักต่างๆ ที่ได้รับเชิญมาต่างนั่งประจำที่ของตน ชื่นชมการร้องรำทำเพลงของนางเงือกพ