นี้ที่ไหนกัน!”
ชายแก่สูงผอมคนนั้นอารมณ์ปะทุขึ้นมาทันที เขาตะโกนเสียงดังว่า “วางหมากเช่นนี้ ต่อให้สามารถเอาชนะได้ชั่วระยะหนึ่ง แต่จะสามารถเอาชนะไปได้ตลอดอย่างนั้นหรือ?”
เนื่องเพราะได้รับอิทธิพลจากถงเหยียน ศิษย์สำนักจงโจวจึงให้ความเคารพต่อวิถีหมากล้อมอย่างมาก และนี่จึงเป็นเหตุผลว่าทำไมวันนี้เซี่ยงหว่านซูจึงยินดีลงแข่งพู่กันจีนและวาดภาพ แต่กลับไม่ยอมลงแข่งหมากล้อม
เขามองว่าการจัดงานของงานเลี้ยงซื่อไห่นั้นมิค่อยให้ความเคารพกับหมากล้อมเท่าไร
เซี่ยงหว่านซูรู้สึกคำพูดของชายแก่สูงผอมรุนแรงเกินไป ทว่าเขาก็รู้สึกเห็นด้วยอยู่เหมือนกัน
เขายิ้มพลางกล่าว “หากข้าวางหมากเช่นนี้ เกรงว่าคงต้องถูกศิษย์พี่ตีเป็นแน่”
ภายในหอมีเสียงหัวร่อดังขึ้นมา
จู่ๆ ด้านนอกกลุ่มคนมีเสียงเยือกเย็นเสียงหนึ่งดังขึ้นมา
“สำนักจงโจวเป็นอย่างที่ร่ำลือมิผิด สุภาพจอมปลอม เห็นแล้วรู้สึกน่ารังเกียจ”
ครั้นได้ยินคำพูดนี้ ทุกคนพากันตกตะลึง ในใจครุ่นคิดคือผู้ใดกันแน่ จึงได้กล้ามาพูดจาเช่นนี้ต่อหน้าศิษย์อัจฉริยะของสำนักจงโจว?
หากมองไปทั่วทั้งแผ่นดินเฉาเทียน เรือนอี้เหมาเรียบง่าย วัดกั่วเฉิงมิแก่งแย่ง วันนี้สำนักกระบี่ซีไห่เป็นเจ้าภาพจัดงาน ไม่มีทางก่อเรื่องเป็นแน่ หรือจะเป็นคนจากสำนักเฟิงเตา หรือเป็นแขกจากสำนักชิงซาน?
ทุกคนหมุนตัวมองออกไป คนจะเห็นคนผู้หนึ่งยืนอยู่ริมผา หมวกลี่เม่าปิดบังใบหน้า สวมอาภรณ์สีเขียว ดูรูปร่างแล้วน่าจะเป็นส