ะเป็นจิ๋งจิ่วหรือเจ้าล่าเยวี่ยก็ไม่สามารถเช่นเดียวกัน
แต่ในตอนที่ผู้บำเพ็ญพรตคนแรกมาถึงด้านนอกโรงเตี๊ยม เจ้าล่าเยวี่ยพลันตื่นขึ้นมา
นางสวมหมวกลี่เม่า เดินไปยังข้างหน้าต่างยืนเคียงข้างจิ๋งจิ่ว สายตามองดูุถนนยามค่ำคืนที่คล้ายเงียบสงบ แต่ความจริงแล้วกลับมีความอันตรายแอบแฝงอยู่
สีหน้าจิ๋งจิ่วยังคงเรียบเฉย มองไม่เห็นถึงความกังวลใดๆ
หากเขาและเจ้าล่าเยวี่ยเปิดเผยตัว ย่อมไม่มีผู้ใดกล้าเปิดฉากโจมตีใส่พวกเขา มาตรว่ากรมชิงเทียนจะสูญเสียทั้งกำลัง เวลาและทรัพยากรไปมากมายกว่าจะจัดแผนล้อมสังหารครั้งนี้ขึ้นมาได้ก็ตาม แต่สุดท้ายแล้วก็ทำได้เพียงมองดูพวกเขาเดินจากไป แต่หากต้องทำเช่นนี้จริงๆ ตอนที่อยู่ในที่พักเซียนเมื่อช่วงหัวค่ำก็ควรจะให้เยาซงซานเป็นคนไปจัดการเรื่องนี้
เจ้าล่าเยวี่ยมิรู้ว่าเขากำลังคิดอะไรอยู่กันแน่
แผ่นไม้บนพื้นพลันเลื่อนไปยังมุมกำแพง เผยให้เห็นปากทางเข้าอุโมงค์
ดอกมะลิสีขาวดอกหนึ่งปรากฏขึ้นมาจากในเงามืด
นั่นคือเสี่ยวเหอแห่งเมืองอิ้งเฉิงที่บรรเลงเพลงอยู่ในร้านหม้อไฟเมื่อตอนกลางวัน
เสี่ยวเหอกวักมือเรียกพวกเขา พลางกล่าวเสียงเบาๆ “ตามข้ามา”
ภายในโรงเตี๊ยมมีทางใต้ดินด้วยหรือนี่? ปิดบังกรมชิงเทียนเอาไว้ได้อย่างไร?
แม้นยอดฝีมือของกรมชิงเทียนจะมีอยู่ไม่มาก แต่ก็เป็นไปได้ยากที่จะพลาดรายละเอียดเช่นนี้
จิ๋งจิ่วมิได้ลังเล เขาก้าวเดินไปทางอุโมงค์
เจ้าล่าเยวี่ยพลันเข้าใจขึ้นมาทันที ที่แท้เขาก็รอค