อยการปรากฏตัวของหญิงสาวผู้นี้มาโดยตลอด
อุโมงค์ยาวเหยียด ไม่มีแสงสว่างใดๆ มืดมิดราวหุบเหวลึก
หากไม่เป็นเพราะจิ๋งจิ่วและเจ้าล่าเยวี่ยมีความสามารถในการมองเห็นอันยอดเยี่ยม การเดินในอุโมงนี้ก็เรียกได้ว่ายากลำบากยิ่งนัก
เสี่ยวเหอเป็นปีศาจบำเพ็ญพรต มองไม่เห็นถึงสภาวะที่แท้จริง แต่กลับเดินนำอยู่ข้างหน้าอย่างคล่องแคล่ว แล้วก็มิรู้ว่านางมีแผนการอะไรหรือเปล่า
ไม่รู้ผ่านไปนานเท่าไร ในที่สุดเสี่ยวเหอก็หยุดฝีเท้า
เจ้าล่าเยวี่ยคาดคะเนจากเวลาและความเร็ว พวกเขาน่าจะออกจากเมืองไห่โจวมานานแล้ว
“ข้าเคยบอกแล้วมิใช่หรือว่าให้รีบออกจากเมืองไห่โจว? เหตุใดพวกท่านจึงไม่ฟัง?”
เสี่ยวเหอมองพวกเขาพลางกล่าว “ข้าขอบอกพวกท่านไว้ก่อน หากเข้าไปแล้ว จะไม่มีทางออกมาได้อีก”
จิ๋งจิ่วมองดูนางเงียบๆ ก่อนจะมั่นใจว่านางพูดความจริง
คำพูดประโยคนี้เดิมเป็นคำพูดสองแง่สองง่าม มีความหมายซ้อนกันสองชั้น
ประตูหินอันหนักอึ้งถูกผลักออก มิได้ส่งเสียงใดๆ
จิ๋งจิ่วและเจ้าล่าเยวี่ยเดินตามเสี่ยวเหอออกไปนอกอุโมงค์ใต้ดิน
สายลมยามค่ำคืนโถมเข้ามา แฝงไว้ด้วยกลิ่นเค็มและกลิ่นคาว
เสียงคลื่นดังชัดเจน น่าจะอยู่ไม่ไกล
ที่ีนี่คือผาขาดแห่งหนึ่งที่อยู่ริมทะเล บนหน้าผามีศาลเจ้าเทพทะเลเก่าแก่ที่ไม่มีใครมากราบไหว้อยู่แห่งหนึ่ง
ในเวลานี้ พวกเขาอยู่ด้านหน้าประตูศาลเจ้า
ไกลออกไปมีลำแสงกระบี่ปรากฏเลือนราง คอยส่องสว่างผิวน้ำทะเลเป็นพักๆ
ทะเลตะวันตกในเวลากลางคืน