“คนเหล่านั้นพวกข้าเป็นคนสังหารเอง”
เจ้าล่าเยวี่ยปลดหมวกลี่่เม่าลง พลางกล่าวกับเยาซงซาน
จิ๋งจิ่วเองก็ปลดหมวกลง
เมื่อได้เห็นใบหน้าที่มิได้เห็นมาเป็นเวลานาน แต่ยังคงงดงามไร้ที่ติอยู่ ในที่สุดหลินอิงเหลียงก็มั่นใจแล้วว่าอีกฝ่าย…คืออาจารย์อาของตนเองจริงๆ
ในฐานะที่เจ้าล่าเยวี่ยเป็นเจ้าแห่งยอดเขาเสินม่อ ท่าทีที่เยาซงซานมีต่อนางย่อมต้องเคารพระมัดระวัง บนใบหน้าอดมีรอยยิ้มเจื่อนๆ ปรากฏขึ้นมาไม่ได้ จากนั้นกล่าวอย่างจนปัญญาว่า “อาจารย์อาออกมาท่องเที่ยว พบเจอความอยุติธรรมโดยบังเอิญ ลงมือสังหารย่อมเป็นเรื่องสมควร เพียงแต่…สังหารเยอะไปหน่อยนะขอรับ”
“คนที่สมควรตายมีมากขนาดนี้ ข้าก็ได้แต่ต้องสังหารเยอะหน่อย”
เจ้าล่าเยวี่ยเหลือบมองจิ๋งจิ่ว เมื่อครั้งที่อยู่เมืองซางโจว เขาเคยกล่าวไว้ว่าไม่มีทางเป็นไปได้ที่จะกำจัดความชั่วให้หมดไป คนชั่วฆ่ายังไงก็ไม่มีทางหมดสิ้น
เยาซงซานครุ่นคิด ก่อนกล่าวอย่างจริงจังว่า “คำพูดของอาจารย์อามีเหตุผล ฆ่าได้ดีขอรับ”
มิใช่การประจบสอพลอ แล้วก็มิใช่การเยาะเย้ยเสียดสี เขาคิดเช่นนี้จริงๆ
เจ้าล่าเยวี่ยพลันรู้สึกว่ายอดเขาเหลี่ยงว่างนั้นมิเลว อย่างน้อยก็ในด้านนี้
“เจ้าชื่ออะไร?”
“เยาซงซาน มาจากยอดเขาซั่งเต๋อ ศิษย์อันดับที่สิบเอ็ดของยอดเขาเหลี่ยงว่างขอรับ”
“ชิงซานเป็นอย่างไรบ้าง?”
ออกมาท่องโลกสองปี มิได้ติดต่อกับทางสำนัก นางกับจิ๋งจิ่วไม่รู้ว่าสถานการณ์ในชิงซานตอนนี้เป็นอย่างไรบ้าง