เยาซงซานเล่าเรื่องที่เกิดขึ้นในชิงซานในช่วงสองปีนี้ออกมาพอสังเขป แต่ความจริงแล้วก็มิได้มีอะไรให้เล่ามากมายนัก
เหล่ายอดฝีมือรุ่นที่สองส่วนใหญ่เก็บตัวบำเพ็ญเพียร เหล่าลูกศิษย์เองก็ขยันฝึกกระบี่ของตน มิได้ต่างอะไรกับอดีตเมื่อหลายร้อยหลายพันปีก่อน
สำหรับผู้บำเพ็ญพรตแล้ว ช่วงเวลาสองปีนั้นสั้นเกินไป ยากจะมีการเปลี่ยนแปลงอะไรเกิดขึ้นได้
“ช่วงนี้หลิวสือซุ่ยเป็นอย่างไรบ้าง?”
เจ้าล่าเยวี่ยทราบว่านี่เป็นเรื่องที่จิ๋งจิ่วใคร่รู้ แม้นในช่วงสองปีนี้เขาจะไม่เคยเอ่ยถึงหลิวสือซุ่ยเลยแม้เพียงครั้งเดียวก็ตาม
เยาซงซานแลดูลังเล หลินอิงเหลียงเองก็คล้ายอยู่ไม่สุข
เจ้าล่าเยวี่ยมั่นใจ หลิวสือซุ่ยจะต้องเกิดเรื่องอย่างแน่นอน จึงกล่าวว่า “พูด”
……
……
จากคำบอกเล่าของเยาซงซาน เจ้าล่าเยวี่ยถึงได้ทราบว่าในช่วงเวลาสองปีมานี้ มีเรื่องราวมากมายเกิดขึ้นกับหลิวสือซุ่ย
เมื่อสองปีก่อน ตอนที่เขาถูกหามจากแม่น้ำจั๋วกลับมายังชิงซาน เขาก็สลบไสลมิได้สติ มีไข้ตัวร้อนผ่าว หลังตื่นขึ้นมา ก็ถูกขังไว้ในคุกกระบี่ของยอดเขาซั่งเต๋อ
ยอดเขาซั่งเต๋อสงสัยว่าเขากลืนกินตานปีศาจของกุ่ยมู่หลิงลงไป
หลังผ่านการไต่สวนอย่างเด็ดขาด หลิวสือซุ่ยก็ถูกปล่อยตัวออกมาเนื่องเพราะไม่มีหลักฐาน
แต่เขาก็มิสามารถกลับไปบำเพ็ญเพียรตามปกติได้
เพราะทุกคนในยอดเขาทั้งเก้าของชิงซานต่างเชื่อจริงๆ ว่าเขาแอบกินตานปีศาจเข้าไป
รวมถึงผู้อาวุโสไป๋หรูจิ้งผู้เป็นอาจารย์ของเขา