ด้วย
ไป๋หรูจิ้งผิดหวังในตัวเขาอย่างถึงที่สุด มาตรว่ามิได้ขับเขาลงจากยอดเขา แต่หลังจากนั้นก็หาได้ชี้แนะเขาเรื่องการบำเพ็ญเพียรอีก
อาจเพราะด้วยมิอยากได้ยินคำครหาเหล่านั้น มิอยากเห็นสายตาแปลกๆ เหล่านั้น หลิวสือซุ่ยจึงยิ่งเงียบขรึมมิพูดจา ทั้งวันอยู่แต่ในถ้ำของตัวเอง น้อยครั้งนักที่จะปรากฏตัวออกมา
ว่ากันว่าในคืนหนึ่งมีคนเคยเห็นเขาขึ้นไปยังยอดเขาเหลี่ยงว่าง แต่เขาก็ลงมาจากเขาอย่างรวดเร็ว
เห็นได้ชัดว่ายอดเขาเหลี่ยงว่างที่เคยฝากความหวังเอาไว้กับเขาอย่างมากก็มิได้มีทีท่าว่าจะรับเขาเอาไว้
……
……
“หากเป็นแบบนี้ต่อไป เขาอาจจะถูกผู้คนลืมเลือนไปเช่นนี้ แต่เมื่อหนึ่งปีก่อน….”
เยาซงซานชะงักไปครู่ ก่อนกล่าวต่อว่า “จู่ๆ ยอดเขาซั่งเต๋อก็เริ่มสืบสวนเรื่องการตายของอาจารย์อาจั่วอี้แห่งยอดเขาปี้หูใหม่อีกครั้ง ได้ยินว่าหลิวสือซุ่ยก็มีส่วนต้องสงสัยเช่นกัน แม้นไม่มีทางที่เขาจะลงมือสังหารด้วยตัวเองก็ตาม เรื่องรายละเอียดข้าเองก็มิทราบเหมือนกัน แต่อาจารย์อาต้วนมาทำการสอบปากคำด้วยตัวเอง เพียงแต่มิรู้เพราะเหตุใดจึงมิได้จับเขาขังคุกกระบี่”
เจ้าล่าเยวี่ยเหลือบมองจิ๋งจิ่ว ไม่เข้าใจว่าเหตุใดเขาจึงยังสงบนิ่งได้ถึงเพียงนี้
นางกล่าวกับเยาซงซานว่า “เจ้าเองก็คิดว่าเขาแอบกินตานปีศาจเข้าไป?”
“ใช่ขอรับ”
เยาซงซานคิดถึงข่าวลือในตอนแรกเหล่านั้น ก่อนจะเหลือบมอบจิ๋งจิ่วเช่นกัน จากนั้นกล่าวว่า “ข้าเชื่อว่าเหล่าอาจารย์ไม่มีทางดูผิ