ผ่านมาสองปีแล้ว
ทุกครั้งที่จิ๋งจิ่วไปยังเมืองๆ หนึ่ง เขาจะต้องกินหม้อไฟมื้อหนึ่ง
เจ้าล่าเยวี่ยมิไถ่ถาม มิได้หมายความว่านางมิได้คิด
จิ๋งจิ่วมิได้ตอบคำถามของนาง
เพราะถึงตอนนี้แล้ว ตัวเขาก็ยังไม่รู้ว่าตนเองคิดอยากจะเจอคนผู้นั้นในร้านหม้อไฟ หรือว่านี่กลายเป็นความเคยชินอย่างหนึ่งของเขา
ทันใดนั้นพลันมีเสียงเพลงดังขึ้น ติงๆ ตังๆ ราวน้ำพุ ลอยล่องเข้ามาในหู ดังสะท้อนอยู่ในใจ ใสสะอาดยิ่งนัก
เสียงเพลงไพเราะยิ่ง แต่ที่นี่คือร้านหม้อไฟ ไม่ว่าอย่างไรก็ดูมิค่อยเข้ากัน แม้นจิ๋งจิ่วกับเจ้าล่าเยวี่ยจะนั่งอยู่ภายในห้องส่วนตัวก็ตาม
จิ๋งจิ่วสวมหมวกลี่เม่า
เจ้าล่าเยวี่ยเองก็หยิบเอาหมวกลี่เม่ามาใส่
หลังผ่านเมืองอวี้โจว พวกเขายิ่งเดินยิ่งช้าลง ดังนั้นสิ่งที่นำมาใช้ปิดบังใบหน้าจึงเปลี่ยนจากผ้าสีเทากลับเป็นหมวกลี่เม่าอีกครั้ง
ภายหลังคนที่พบเห็นใบหน้าพวกเขาล้วนแต่ตายจนหมด ดังนั้นตอนถึงตอนนี้ ภาพเหมือนที่กรมชิงเทียนมียังคงเป็นภาพตอนที่พวกเขาอยู่ในเรือนเป่าซู่
ประตูห้องเปิดออก เสียงที่ดังตามขึ้นมาหลังจากนั้นยังมีเสียงอุทานเบาๆ ด้วยความตกใจเล็กน้อย
ดรุณีนางหนึ่งยืนอุ้มผีผา[1]อยู่นอกห้อง ดูอ้อนแอ้นอรชรยิ่งนัก ชุดสีม่วงบนร่างกายดูค่อนข้างใหญ่ มุมขมับปักดอกมะลิสีขาวเอาไว้ดอกหนึ่ง ดูสะอาดสะอ้าน
เจ้าล่าเยวี่ยคิดถึงภาพตนเองเมื่อครั้งขึ้นไปถึงปลายยอดเขาเสินม่อเป็นครั้งแรก และได้ลองสวมใส่เสื้อผ้าของปรมาจารย์อาจิ่งหยาง