จึงวางเหรียญทองแดงลงไปบนโต๊ะสองสามเหรียญ
ดรุณีนางนั้นดูลังเล ก่อนจะเดินมายังหน้าโต๊ะแล้วเก็บเงินไป จากนั้นกล่าวเสียงเบาๆ อย่างรวดเร็ว “มีคนคิดเล่นงานท่านทั้งสอง โปรดระวังด้วยเจ้าค่ะ”
เจ้าล่าเยวี่ยกล่าว “เงยหน้าขึ้นมา”
ดรุณีนางนั้นตกตะลึงเล็กน้อย จากนั้นเงยหน้าขึ้นมาตามที่บอก เผยให้เห็นใบหน้าเล็กๆ ที่งดงามสะอาดสะอ้าน ดวงตาดูอ่อนแอ ให้ความรู้สึกน่ารักน่าเอ็นดู
เจ้าล่าเยวี่ยกล่าว “ปีศาจจิ้งจอก”
หญิงสาวใบหน้าแดงเรื่อเล็กน้อย ในดวงตามีน้ำตาคลอ กล่าวว่า “เหตุใดท่านต้องด่าทอข้าด้วยเจ้าคะ?”
จิ๋งจิ่วกล่าว “ปีศาจจิ้งจอกจริงๆ ด้วย”
เขาและเจ้าล่าเยวี่ยย่อมมิใช่กำลังด่าคนอยู่
เวลานี้ดรุณีนางนั้นถึงได้มั่นใจว่าสถานะที่แท้จริงของตนเองได้ถูกอีกฝ่ายมองออกแล้ว
“อาจารย์เซียนทั้งสองท่านมาจากที่ใดกันแน่? เหตุใดจึงมองตัวตนที่แท้จริงของข้าออก?”
บนใบหน้าเล็กๆ ของนางเผยให้เห็นสีหน้าที่ดูหวาดกลัวเล็กน้อย ดอกมะลิสั่นเทาเบาๆ สายตายิ่งดูอ่อนแอ
เพราะนางฝึกวิชาลับ แม้นจะเป็นยอดฝีมือระดับขั้นคเนจรก็ยังมิแน่ว่าจะมองใบหน้าที่แท้จริงของนางออก ใครจะคิดบ้างว่าวันนี้จะถูกจิ๋งจิ่วและเจ้าล่าเยวี่ยมองออกด้วยการมองเพียงปราดเดียว
นางไหนเลยจะรู้ว่าเจ้าล่าเยวี่ยฝึกวิชาเจตน์กระบี่หลอมกายา ความสามารถในการมองเห็นมีความเฉียบคมกว่าผู้บำเพ็ญพรตที่อยู่ในระดับเดียวกันหลายเท่านัก ส่วนจิ๋งจิ่วยิ่งมิต้องพูดถึง
เจ้าล่าเยวี่ยกล่าวว่า “คิด