เวลาผ่านไปอย่างรวดเร็ว เพียงพริบตาก็ผ่านไปสองปี
โลกปุถุชนยังคงเป็นเหมือนเดิม มิได้มีอะไรเปลี่ยนแปลงมากมาย
ดินแดนหมิงสงบเงียบ ภายใต้แสงอาทิตย์มิได้เห็นร่องรอยของเพลิงวิญญาณมาเป็นเวลานมนาน
แคว้นเสวี่ยเองก็เงียบสงัด ดูเหมือนหลังทำศึกใหญ่ติดต่อกันหลายครา แม้แต่อสูรหิมะที่ขึ้นชื่อเรื่องความป่าเถื่อนกระหายเลือดก็ยังต้องพักหายใจเช่นกัน
ในที่สุดทหารพลเรือนในจังหวัดทางเหนือและชายผู้ได้ชื่อว่าดาบเดียวดายสยบหิมะเองก็มีช่วงเวลาสองปีที่ไม่ต้องทำศึก
ด้านนอกทะเลมิรู้เกิดเรื่องอันใดขึ้น เพียงได้ยินว่าตอนที่เรือเทพลำหนึ่งของเกาะเผิงไหลไปสำรวจแดนลี้ลับหมิงเฉวียนอันเป็นหนึ่งในสามน้ำวนใหญ่ จู่ๆ พลันเจอกับพายุอันรุนแรงจนจมลงไป แม้นภายหลังจะโชคดีหลุดรอดออกมาจากการกลืนกินของน้ำวนยักษ์ได้ แต่กลับไปชนเข้ากับภูเขาหิมะลูกหนึ่ง
หากไม่เป็นเพราะวีรบุรุษผู้หนึ่งจากแผ่นดินต่างแดนก้าวข้ามทะเลมาช่วยเหลือ เกรงว่าเรือเทพลำนั้นคงจะจมลงก้นทะเลอันหนาวเหน็บไปแล้ว
หลังเรื่องราวนี้แพร่กระจายมาถึงแผ่นดินเฉาเทียน ก็ถูกหลายๆ คนกล่าวว่าเป็นเรื่องหลอกลวงที่น่าขบขัน เพราะนอกจากผู้บำเพ็ญพรตที่อยู่เหนือสภาวะแหวกทะเลขึ้นไป ก็ไม่มีผู้ใดสามารถเข้าใจรายละเอียดต่างๆ ในเรื่องราวนี้ได้ อย่างเช่นที่บอกว่าวีรบุรุษผู้นั้นก้าวข้ามทะเลมันหมายความว่าอย่างไร คนๆ หนึ่งจะสามารถช่วยเรือเทพอันหนักอึ้งเหมือนดั่งขุนเขาขึ้นมาได้อย่างไร
นี่ถือเป็นเรื่อ