งปกติ คนเรามักจะเชื่อในสิ่งที่ตนเองยินดีจะเชื่อเท่านั้น
จนกระทั่งถึงตอนนี้ ยังคงมีคนธรรมดาบางคนที่ยังดึงดันคิดว่าโลกนี้ไม่มีผู้บำเพ็ญพรตอยู่ ซึ่งนั่นก็เป็นหลักเหตุผลเดียวกัน
ไม่ว่าผู้คนจะเชื่อหรือไม่เชื่อ สุดท้ายเรื่องราวบางเรื่องมันก็ยังเกิดขึ้นอยู่ดี
อย่างเช่นเมืองไห่โจวที่กำลังจะมีงานเลี้ยงซื่อไห่[1]ที่ซีหวังซุนจัดขึ้นอีกครา
ขณะเดียวกัน ด้านในศาลาว่าการลับแห่งหนึ่งภายในเมืองก็กำลังจัดงานชุมนุมหนึ่งขึ้น
ฤดูหนาวของปีนี้ได้เดินทางมาถึงช่วงปลายฤดูแล้ว ในเมืองเจาเกอมิได้มีหิมะตกลงมาอีก เมืองไห่โจวซึ่งตั้งอยู่ริมทะเลตะวันตกนั้นมีอากาศอบอุ่น นี่ยิ่งทำให้คนรู้สึกหลงไหลเหมือนอยู่ในฤดูใบไม้ผลิ
ครั้นมองดูใบหน้าที่เฉยเมยของผู้บำเพ็ญพรตเหล่านั้น ซือเฟิงเฉินพลันรู้สึกอยากเมามายขึ้นมา และไม่ไปครุ่นคิดถึงเรื่องเหล่านี้อีก เพียงแต่หลังเลื่อนตำแหน่งมา เขาก็มิได้ดื่มสุราจนเมามายมาเป็นเวลาสองปีแล้ว
เขาทราบดี หากมิเป็นเพราะเมืองไห่โจวจัดงานเลี้ยงซื่อไห่ขึ้นมา อาศัยเพียงกรมชิงเทียนและตัวเขานั้นไม่มีทางเชิญผู้บำเพ็ญพรตมาได้มากมายขนาดนี้ ยิ่งไม่ต้องพูดถึงศิษย์ของสำนักใหญ่ๆ เหล่านั้นเลย
“ข้าเลื่อนตำแหน่งมาสองปีแล้ว”
ซือเฟิงเฉินมองดูผู้บำเพ็ญพรตกลุ่มหนึ่งพลางกล่าว สีหน้ามิได้มีความยินดีใดๆ ทั้งสิ้น
นอกจากผู้บำเพ็ญพรตจากสำนักเล็กๆ สองคนที่กล่าวแสดงความยินดีออกมาโดยมิรู้เรื่องราวแล้ว ผู้บำเพ็ญพรตคนอื่นๆ มิ