ี้สำนักอู๋เอินเหมินถูกสำนักซีไห่กดดันอย่างหนัก ไหนเลยจะมีใจออกมาก่อความวุ่นวายในโลกภายนอก
ตามหลักแล้ว ความสามารถของสำนักอู๋เอินเหมินและสำนักซีไห่มิได้แตกต่างกันเท่าไรนัก ฐานรากของอู๋เอินเหมินนั้นเหนือกว่าซีไห่ แต่ทางซีไห่มีเทพกระบี่อยู่คนหนึ่ง นี่ทำให้อู๋เอินเหมินเองก็จนปัญญา ส่วนสำนักซีไห่…แม้นในการชุมนุมครั้งนี้จะไม่มีคนของซีไห่ แต่ที่นี่คือไห่โจว อิทธิพลของซีไห่กว้างขวาง ผู้ใดจะกล้ากล่าวโทษซีไห่ง่ายๆ?
พลันมีคนกล่าวขึ้นมา “เหตุใดจึงไม่มีใครสงสัยสำนักชิงซาน? คดีแรกสุดเกิดขึ้นที่ซางโจว จากนั้นก็เป็นเมืองเฉาหนาน ซึ่งเป็นพื้นที่ของสำนักชิงซาน”
ทุกคนต่างตกใจ ในใจครุ่นคิดคนผู้นี้เหิมเกริมยิ่งนัก ถึงกับกล้าสงสัยสำนักชิงซาน
ครั้นได้เห็นว่าคนผู้นั้นคือใคร ทุกคนจึงเข้าใจ
คนผู้นั้นมีนามว่าจู๋เจี้ย เป็นน้องชายผู้เป็นฆราวาสของจู๋กุ้ยแห่งวัดเฮยหลงที่ถูกสังหาร แล้วก็เป็นผู้ที่ฝึกบำเพ็ญเพียรด้วยตนเองที่มีชื่อเสียงของสำนักจงโจว ได้ยินว่ามีสัมพันธ์อันดีกับสำนักกระบี่ซีไห่
เมื่อครุ่นคิดถึงเรื่องนี้ สายตาทุกคนพลันไปตกอยู่ตรงมุมๆ หนึ่งที่ไม่สะดุดตา
ตรงนั้นมีชายหนุ่มสองคนนั่งอยู่
ทั้งสองคนสวมชุดสีเขียว ตั้งแต่ต้นจนจบมิได้กล่าวอะไร ดูไม่เป็นจุดสนใจ
ผู้ที่มีสีหน้าสุขุมนุ่มลึกมีนามว่าเยาซงซาน เป็นศิษย์อันดับที่สิบเอ็ดของยอดเขาเหลี่ยงว่าง
ศิษย์ที่อายุน้อยกว่ามีนามว่าหลินอิงเหลียง ตอนนี้กำลังเรียนกระบี่อยู