สมณะหนุ่มรู้จักคนผู้นี้ เขาทราบว่าอีกฝ่ายเป็นขุนนางใหญ่ผู้หนึ่งของกรมชิงเทียน[1]แห่งเมืองเฉาหนาน จึงลุกขึ้นประนมมือคารวะ
ชายวัยกลางคนผู้นี้แซ่ซือนามเฟิงเฉิน เป็นขุนนางคนสำคัญของกรมชิงเทียน ตอนนี้คอยดูแลทุกเรื่องที่เกี่ยวข้องกับโลกบำเพ็ญเพียรในเมืองเฉาหนาน
ซือเฟิงเฉินคารวะสมณะหนุ่มกลับ จากนั้นหมุนตัวไปกล่าวกับสมณะแก่อย่างเคารพว่า “คารวะไต้ซือ”
ขุนนางของกรมชิงเทียนส่วนใหญ่ล้วนแต่เป็นผู้บำเพ็ญพรต หรือไม่ก็มีสำนักบำเพ็ญพรตหนุนหลัง ซือเฟิงเฉินเองก็เป็นหนึ่งในนั้นเช่นกัน
ตามความอาวุโสของสำนักแล้ว เขาควรจะขานเรียกสมณะแก่ผู้นี้ว่าปรมาจารย์อา เพียงแต่เนื่องด้วยมีตำแหน่งเป็นขุนนาง จึงมิค่อยสะดวกเท่าไร เรียกขานอีกฝ่ายว่าไต้ซือดูจะเหมาะสมกว่า
สมณะแก่กล่าวด้วยเสียงนุ่มนวล “มิทราบประสกซือมาด้วยเรื่องใดฤา?”
ซือเฟิงเฉินยิ้มเจื่อนกล่าวว่า “เรียนไต้ซือ วันนี้ในเมืองเฉาหนานเกิดเรื่องสองเรื่องขึ้น หนึ่งคือมีคนบุกเข้ามาในเมือง สองคือมีการฆ่าคน ทั้งหมดล้วนเป็นฝีมือผู้บำเพ็ญพรต”
สมณะแก่ถามอย่างไม่เข้าใจ “หรือเรื่องนี้มันเกี่ยวข้องกับพวกอาตมา?”
ประตูวัดถูกปิดไปแล้ว จึงมิต้องกังวลว่าบทสนทนาว่าจะถูกคนนอกได้ยิน ซือเฟิงเฉินกล่าวว่า “คนของสำนักซานตูตายแล้ว”
สมณะหนุ่มได้ยินเช่นนั้นพลันตกใจ สายตาเหลือบมองไปทางสมณะแก่
ซือเฟิงเฉินกล่าวต่อว่า “เป็นพวกคนที่คิดอยากจะได้แผ่นน้ำแข็งสงบจิตตอนที่อยู่ในเรือนเป่าซู่”
ใบหน้