าสมณะแก่เผยให้เห็นสีหน้าสังเวชใจ กล่าวว่า “ไม่ทราบว่าศพสหายธรรมเหล่านั้นอยู่ที่ใด? อาตมาใคร่อยากสวดมนตร์ส่งพวกเขา”
ซือเฟิงเฉินยิ้มเจื่อนกล่าวว่า “ซากศพถูกเผาจนกลายเป็นเถ้าถ่านแล้ว คนที่ลงมือช่างโหดเหี้ยมไร้ความปราณี”
สมณะแก่กล่าวว่า “หรือประสกคิดสงสัยอาตมาและศิษย์หลาน?”
“ข้ามิได้หมายความเช่นนั้น”
ซือเฟิงเฉินแสร้งทำเป็นกล่าวอย่างไม่สบอารมณ์ “บนโลกมีผู้ใดกล้าสงสัยความเมตตาของวัดกั่วเฉิงบ้าง?”
สมณะหนุ่มคิดในใจ หากมิได้เป็นเพราะแผ่นน้ำแข็งสงบจิต คนของสำนักซานตูตายไป แล้วท่านจะมาหาพวกเราทำไม?
“สุดท้ายแล้วแผ่นน้ำแข็งสงบจิตถูกสองคนที่อยู่ในห้องลี้ลับหมายเลขสองเอาไป”
ซือเฟิงเฉินมองไปทางสมณะหนุ่ม กล่าวถามด้วยสีหน้าจริงใจว่า “มิทราบท่านไต้ซือน้อยรู้จักทั้งสองคนนั้นหรือไม่?
สมณะหนุ่มสีหน้าคร่ำเคร่งขึ้นมาเล็กน้อย ครั้นคิดถึงจิตสังหารที่แฝงอยู่ในลำแสงกระบี่ที่นำยามาส่งก่อนหน้านี้ เขาก็คาดเดาได้ถึงความจริงของเรื่องราว
ในเวลานี้เอง สมณะแก่พลันเอ่ยถามขึ้นมา “สองคนอย่างนั้นหรือ?”
“ถูกต้อง สองคนนั้นปิดหน้าด้วยผ้าสีเทา ผู้ดูแลที่เรือนเป่าซู่ก็มองไม่เห็นใบหน้าที่แท้จริงของพวกเขา”
ซือเฟิงเฉินยังคงมองดูสมณะหนุ่มรูปนั้น ยิ้มเล็กน้อยพลางกล่าวว่า “ไม่ทราบว่าไต้ซือน้อยเคยเจอพวกเขาหรือไม่”
ในเวลานี้สมณะหนุ่มวิเคราะห์และมั่นใจแล้วว่าผู้ที่นำยามาส่งคงจะเป็นสหายธรรมจากชิงซาน เขาย่อมไม่ยินยอมบอก เพียงแต่ในฐานะท