มอย่างมิแน่ใจว่า “เป็นสหายจากสำนักชิงซานหรือขอรับ?”
สมณะแก่พยักหน้า
สมณะหนุ่มคิดถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในเรือนเป่าซู่ก่อนหน้านี้ ในใจครุ่นคิดมิน่าคนที่อยู่ในห้องพักชั้นเจ็ดห้องนั้นถึงสามารถมอบยาเซวียนเฉ่าออกมาได้อย่างง่ายดาย จึงกล่าวขึ้นมาอย่างดีใจว่า “เมืองเฉาหนานอยู่ใกล้ชิงซานขนาดนี้ สำนักซานตูนั่นยังกล้าโอหังถึงเพียงดี ช่างรนหาที่ตายจริงๆ”
สมณะแก่เห็นลำแสงกระบี่ จึงวิเคราะห์ได้ว่าผู้ที่ส่งยามาคือใคร ครั้นได้ฟังที่ศิษย์หลานกล่าวก็อดส่ายศีรษะขึ้นมาไม่ได้ ในใจครุ่นคิดแต่ไหนแต่ไรมาชิงซานล้วนจัดการเรื่องราวอย่างเงียบๆ ไม่ทำตัวเป็นที่สนใจ คำพูดของเจ้านี้กล่าวผิดไปแล้ว
“แล้วก็มิรู้ว่าหลิวสือซุ่ยตอนนี้เป็นอย่างไรบ้าง”
สมณะหนุ่มคิดถึงภาพเหตุการณ์ที่ต่อสู้เคียงบ่าเคียงไหล่กับศิษย์สำนักชิงซานในแม่น้ำจั๋วเมื่อหลายวันก่อน พลางกล่าวอย่างทอดถอนใจว่า “แม้นเขาจะอายุยังน้อย แต่มิเสียทีที่เป็นเมล็ดพันธุ์แห่งเต๋าแต่กำเนิด แข็งแกร่งกว่าข้ามากนัก อีกทั้งตอนที่เผชิญหน้ากับปีศาจตนนั้น เขายังสุขุมเยือกเย็นได้ถึงเพียงนั้น ช่างน่านับถือจริงๆ”
สมณะแก่กล่าวเสียงราบเรียบ “ความสุขุมเยือกเย็นมักจะมาจากความกล้า สหายชิงซานมิเคยขาดแคลนสิ่งนี้”
สมณะหนุ่มกล่าวอย่างเป็นห่วง “สุดท้ายเขาสลบไปอย่างไรขอรับ? ข้าตรวจดูอยู่นานก็มิรู้ว่าอาการบาดเจ็บของเขามาจากที่ไหนกันแน่”
ด้านนอกวัดพลันมีเสียงตะโกนวุ่นวายดังขึ้นมา
ประตูถูก