ผู้ดูแลคนนั้นเงยหน้ามองตามเสียงขึ้นไป พบว่าเป็นห้องๆ หนึ่งที่อยู่บนชั้นแปด เมื่อย้อนคิดเล็กน้อยจึงรู้ว่านั่นคือสำนักใด
ตามกฎของเรือนเป่าซู่ เขาไม่สามารถแจ้งสถานะของอีกฝ่ายได้ จึงได้แต่ยิ้มเล็กน้อยพลางกล่าวว่า “เหตุใดสหายจึงกล่าวเช่นนี้?”
เสียงที่เยือกเย็นเสียงนั้นกล่าว “มิต้องพูดให้มากความ พวกเราต้องเอาแผ่นน้ำแข็งสงบจิตไปให้ได้ รีบเริ่มประมูลเถอะ”
ผู้ดูแลคนนั้นได้ยินเช่นนี้จึงโมโหเล็กน้อย เขาพยายามสะกดอารมณ์แล้วกล่าวด้วยเสียงนุ่มนวลว่า “ต่างก็เป็นพวกเดียวกัน เหตุใดต้องบีบบังคับกันถึงเพียงนี้?”
คนผู้นั้นแค่นหัวเราะ กล่าวว่า “ทำทุกอย่างตามกฎ มีปัญหาตรงไหน?”
ผู้ดูแลคนนั้นหรี่ตาเล็กน้อย ในใจครุ่นคิดหรือว่าจะมาหาเรื่อง เขาจึงกล่าวด้วยสีหน้าเยือกเย็นว่า “ท่านน่าจะรู้ว่าที่นี่คือเมืองเฉาหนาน”
“ข้าย่อมต้องรู้ว่าที่นี่คือเมืองเฉาหนาน”
คนที่อยู่ในห้องชั้นแปดผู้นั้นกล่าวด้วยน้ำเสียงเยาะเย้ยขึ้นมา “เหตุใดเจ้าไม่กล่าวนามสำนักชิงซานออกมาเสียเลยเล่า?”
ผู้ดูแลคนนั้นกล่าวเสียงเยือกเย็น “กล่าวแล้วอย่างไร? หรือท่านยังกล้าล่วงเกินชิงซาน!”
“ข้าย่อมไม่กล้า เพียงแต่เจ้าคิดหรือว่าตอนนี้สำนักชิงซานจะมาสนใจพวกเจ้า? ข้าอยากรู้จริงเชียว ว่าในตอนนี้เรือนเป่าซู่ของพวกเจ้าไปเอาความมั่นใจมาจากไหนกันแน่ ถึงยังอวดดีได้เพียงนี้!”
คนผู้นั้นแค่นหัวเราะออกมา
ผู้ดูแลสีหน้าแปรเปลี่ยน ในที่สุดก็รู้แล้วว่าเหตุใดอีกฝ่ายถึงไ