ด้กล้าโอหังขนาดนี้
เมื่อสองปีก่อน ยอดเขาปี้หูของสำนักชิงซานเกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่….เรือนเป่าซู่สูญเสียที่พึ่งพิงที่สำคัญที่สุดไป เพียงแต่ทำไมอีกฝ่ายถึงรู้เรื่องนี้ได้?
“พูดถึงเรื่องอวดดี ไหนเลยจะเทียบกับสำนักซานตูของพวกท่านได้ มายังมณฑลหนานเหอของพวกข้า แล้วยังกล้าแย่งของกับวัดกั่วเฉิงอีก”
ผู้ดูแลมิได้สนใจกฎเกณฑ์อันใดอีก เขาแค่นหัวเราะพลางบอกที่มาของอีกฝ่าย
หากคนของสำนักซานตูยังดึงดันที่จะเอาแผ่นน้ำแข็งสงบจิต เช่นนั้นก็ให้พวกเขาไปเผชิญหน้ากับวัดกั่วเฉิงแล้วกัน
ครั้นได้ยินชื่อของสำนักซานตู ภายในหอพลันมีเสียงพูดคุยถกเถียงดังขึ้นมา
สำนักซานตูเป็นสำนักกระบี่ทางตะวันตก ชื่อเสียงมิค่อยดีเท่าไรนัก แต่เนื่องเพราะเป็นพรรคในสังกัดของสำนักคุนหลุน จึงไม่มีผู้ใดกล้ามีเรื่องด้วย
หน้าต่างของห้องนั้นถูกเปิดออก ชายวัยกลางคนสีหน้าเย็นชาผู้หนึ่งยืนอยู่ริมหน้าต่าง สายตามองดูผู้ดูแลที่อยู่ด้านล่างพลางแค่นหัวเราะ จากนั้นมองไปทางสมณะชราแห่งวัดกั่วเฉิงรูปนั้นแล้วกล่าวว่า “เรียนไต้ซือ มิใช่ว่าสำนักเราคิดอยากจะเป็นศัตรูกับทางวัดของไต้ซือ เพียงแต่นายน้อยของสำนักเราป่วยหนัก จำเป็นต้องใช้แผ่นน้ำแข็งสงบจิตในการรักษา จึงมิอาจยอมได้”
ชายวัยกลางคนผู้นั้นมิได้เกรงใจเรือนเป่าซู่เลยแม้แต่น้อย แต่กลับค่อนข้างให้ความเคารพวัดกั่วเฉิงอยู่ทีเดียว
ขณะที่ฟังคำพูดนี้ มีหลายคนที่รู้สึกไม่เข้าใจ แผ่นน้ำแข็งสงบจิตมิใช่ยาวิเ