ศษที่หายากอะไรนัก เพียงแต่ช่วงนี้เมืองเฉาหนานมีกุ่ยมู่หลิงปรากฏตัวขึ้นมาพอดี ชาวเมืองตกใจจนล้มป่วย วัดกั่วเฉิงถึงได้ออกหน้าด้วยตัวเอง สำนักซานตูเป็นสำนักในสังกัดของสำนักคุนหลุน สำนักคุนหลุนนั้นมีความสัมพันธ์ที่แนบแน่นกับกองทัพเจิ้นเป่ย หากบุตรชายของเจ้าสำนักซานตูป่วยหนักจริง จะเป็นไปได้อย่างไรที่จะหายานี้มิได้?
ชายวัยกลางคนรู้ว่าทุกคนกำลังคิดสิ่งใดอยู่ จึงกล่าวว่า “นายน้อยมาเที่ยวยังมณฑลหนานเหอ โชคไม่ดีตอนอยู่เมืองอิ้งเฉิง…ได้ถูกพิษบุหงาเข้า”
เสียงฮือฮาดังขึ้นอีกครา ดูเหมือนทุกคนจะรู้ว่าพิษบุหงาคือสิ่งใด
หากเป็นฝีมือของผู้บำเพ็ญพรตหญิงผู้โหดเหี้ยมคนนั้น อย่างนั้นนายน้อยของสำนักซานตูผู้นี้ก็น่าสงสารจริงๆ
พิษบุหงามิทำให้คนถึงตาย แต่มันกลับทำให้ผู้ที่ถูกพิษรู้สึกคันคะเยอจนยากจะทานทนได้ แต่หากมีแรงใจที่ดี อดทนไปสิบกว่าวันก็จะหายได้เอง
ปัญหาอยู่ที่ว่า คนของสำนักซานตูจะทนมองดูนายน้อยของตัวเองทนทุกข์ทรมานเช่นนั้นได้อย่างไร?
“แผ่นน้ำแข็งสงบจิต พวกเราต้องเอาไปให้ได้ ส่วนชาวบ้านในเมืองเฉาหนานเหล่านั้น…ก็ถือเสียว่าพวกเขาโชคไม่ดีแล้วกัน”
ชายวัยกลางคนผู้นั้นกล่าว
เมื่อได้ยินคำพูดนี้ ภายในหอกลับมิได้มีเสียงคัดค้านอะไรมากมายนัก ใจที่เมตตาควรจะมี แต่ในสายตาของผู้บำเพ็ญพรต ชีวิตของคนธรรมดามิได้สำคัญอะไรเลย โดยเฉพาะเมื่อเทียบกับตัวพวกเขาเอง
สมณะชราแห่งวัดกั่วเฉิงรูปนั้นย่อมมิเห็นด้วยกับคำพูดนี้ แต่เ