บางส่วนของเมืองเฉาหนานยังคงหลับใหล ควันไฟจากในครัวจำนวนนับไม่ถ้วนลอยล่องขึ้นมา พอจะจินตนาการออกเลยว่าเวลากลางวัน เมืองแห่งนี้จะคึกคักและมีชีวิตชีวาเพียงใด
จิ๋งจิ่วและเจ้าล่าเยวี่ยยืนเคียงข้างกันอยู่ริมฝั่งแม่น้ำ หมวกลี่เม่าถูกโยนทิ้งไปนานแล้ว
ตอนที่เดินเท้าก่อนหน้านี้ พวกเขาถึงได้พบว่าเป็นเพราะเดินเร็วเกินไป ลมเองก็มิใช่เบา หมวกลี่เม่าถูกพัดปลิวได้ง่าย
ในเวลานี้พวกเขาใช้ผ้าพันคอสีเทาสองผืนมาพันรอบใบหน้าของตนเองเอาไว้ ดูคล้ายเหล่าสมณะของวัดเฉิงกั่วที่ไปฝึกฝนอย่างยากลำบากอยู่ในดินแดนทางเหนือ
น้ำในแม่น้ำจั๋วขุ่นมัวเป็นอย่างยิ่ง กระแสน้ำเชี่ยวกราก ทุกที่ในแม่น้ำเต็มไปด้วยกระแสน้ำที่วุ่นวายและน้ำวน ดูแล้วอันตรายยิ่งนัก อีกทั้งใครจะรู้บ้างว่าในแม่น้ำมีปีศาจอะไรแอบซ่อนอยู่?
ในอดีตเมื่อนานมาแล้ว ชาวบ้านทั้งสองฝั่งของแม่น้ำมิกล้าล่องเรือข้ามแม่น้ำ เท่ากับว่าการคมนาคมถูกตัดขาด กระทั่งสำนักชิงซานยื่นมือช่วยเหลือ ปรมาจารย์ผู้ก่อตั้งสำนักสั่งให้ลูกศิษย์ของยอดเขาซีไหลใช้วิชาเซียนขั้นสูงสุดเคลื่อนย้ายดินและหินมาสร้างเป็นสะพานแห่งหนึ่ง จากนั้นใช้ร่ายข่ายพลังกระบี่เอาไว้เพื่อกำราบปีศาจ เช่นนี้จึงถือเป็นการแก้ไขปัญหาจากรากฐานเบื้องต้น
เนื่องเพราะแม่น้ำจั๋วกว้างใหญ่ ดังนั้นตรงกลางของสะพานทรงโค้งแห่งนี้จึงสูงอย่างมาก โดยเฉพาะเวลาที่มีเมฆหมอกปรากฏขึ้นมา สะพานแห่งนี้จะดูคล้ายมุ่งสู่สวรรค์ก็มิปาน งดงามตร