สงกระบี่หลายสายบินเข้ามา ทั้งยังคล้ายได้ยินเสียงสัญญาณเตือน
จิ๋งจิ่วกล่าว “ไม่ดีจริงๆ ด้วย”
ก่อนหน้านี้ไม่นาน เจ้าล่าเยวี่ยขี่กระบี่พาเขาฝ่าเข้ามาทางกำแพงเมืองทิศตะวันตก นั่นย่อมต้องทำให้เจ้าหน้าที่และผู้บำเพ็ญพรตของเมืองเฉาหนานแตกตื่นขึ้นมา
เจ้าล่าเยวี่ยมองเขา พลางกล่าวว่า “หรือจะให้รอจนฟ้ามืด? พวกเราไม่มีเวลามากขนาดนั้น”
จิ๋งจิ่วคิดในใจเช่นนั้นทำอย่างไรดี? ผู้บำเพ็ญพรตที่อยู่ในเมืองเฉาหนานขี่กระบี่บินไล่ตามมาแล้ว หรือพวกเขาต้องเปิดเผยสถานะ?
ในอดีตเวลาที่เขาขี่กระบี่บินท่องเที่ยว น้อยครั้งนักที่เขาจะแวะลงในเมือง ตอนที่ไปยังเมืองเจาเกอก็ล้วนแต่เป็นฮ่องเต้ออกมาต้อนรับ ไหนเลยจะเคยพบเจอเหตุการณ์เช่นนี้
“แค่เข้าไปได้ก็พอ”
เจ้าล่าเยวี่ยพาเขาเดินเข้าไปในเรือนเป่าซู่
“ที่นี่ืคือที่ไหน?”
“เรือนประมูล หัวหน้าผู้ดูแลเป็นคนธรรมดา แต่ผู้ที่อยู่เบื้องหลังของที่นี่มีอิทธิพลอย่างมาก ในเมืองเฉาหนานไม่มีผู้ใดกล้าล่วงเกิน”
จิ๋งจิ่วถาม “เบื้องหลังของเขา?”
เจ้าล่าเยวี่ยกล่าว “คือพวกเรา”
จิ๋งจิ่วถึงได้รู้ว่าแท้ที่จริงเรือนประมูลแห่งนี้คือธุรกิจในโลกภายนอกของสำนักชิงซาน
หลังผ่านประตูลับบนกำแพงสีเทา ทั้งสองคนก็เดินเข้าไปในเรือนเป่าซู่
ผู้ดูแลที่เข้ามาต้อนรับพวกเขาอายุประมาณสี่สิบ ไว้หนวดเส้นเรียวเล็กคู่หนึ่ง ดวงตามีชีวิตชีวา ดูแล้วคล้ายหนู แต่กลับมิได้ให้ความรู้สึกปลิ้นปล้อนกลับกลอก
ผู้ดูแลคนนั้นมองดูทั้