รับ
เนื่องเพราะนักบวชของวัดกั่วเฉิงใช้ชีวิตยากลำบากเกินไป ไม่ว่าจะเป็นตอนนี้หรือในอดีต รวมไปถึงผู้ที่จากไปแล้วเหล่านั้น อาทิเช่นเทพดาบ
……
……
จิ๋งจิ่วและเจ้าล่าเยวี่ยเดินเท้าอยู่ภายใต้ท้องฟ้ายามค่ำคืนด้านนอกเมืองซางโจว ดูมิคล้ายว่าเร็ว แต่มิทันไรก็เดินออกมาร้อยกว่าจ้างแล้ว
หลักเหตุผลล้วนเข้าใจ แต่การยอมรับจำเป็นต้องใช้เวลา
พวกเขาเดินเงียบๆ มาหนึ่งชั่วยาม กระทั่งแสงแรกของวันปรากฏขึ้นที่เส้นขอบฟ้า เจ้าล่าเยวี่ยจึงเริ่มเอ่ยปาก
“ข้าอยากขี่กระบี่”
“มีลม”
“ข้าอยากตากลม”
“หากใจสงบ ไยต้องมีลม”
“เจ้ารู้ไหม? ในชิงซานมีคนสงสัยว่าเจ้าเป็นพระจากวัดกั่วเฉิง”
“การคาดเดานี้น่าสนใจทีเดียว”
เจ้าล่าเยวี่ยแสดงท่าทางของลูกสาวคนเล็กในบ้านอย่างที่เห็นได้ไม่บ่อยนักออกมา นางจ้องเขาพลางกล่าว “ข้าจะบิน”
จิ๋งจิ่วมองนางพลางกล่าว “ข้าจำได้ว่าเจ้าเคยบอกว่า หากไม่สามารถลงไปยังพื้นด้านล่างได้ ต่อให้บินสูงขึ้นไปอีก มันยังจะมีความหมายอันใด?”
เมื่อครั้งที่ไปดูศพอินซานที่อยู่นอกเมืองอวิ๋นจี๋เสร็จเรียบร้อย ตอนที่เขาเตือนนางว่าให้ล้มเลิกความคิดที่จะสืบเรื่องปรมาจารย์อาจิ่งหยางบรรลุกลายเป็นเซียน เจ้าล่าเยวี่ยเคยกล่าวประโยคนี้เอาไว้
เจ้าล่าเยวี่ยจ้องมองดวงตาเขา พลางกล่าว “แต่เจ้าเองก็เคยบอกว่าเป้าหมายของการบำเพ็ญเพียร มิใช่การช่วงชิงเอาชนะ แล้วก็หาใช่การไล่หาความหมายไม่ หากแต่เป็นการบินให้สูงขึ้นไป”
จิ๋งจิ่วกล่าว “ข้าแค่พู