ครั้นกลับมาถึงห้องครัวที่อยู่ด้านหลังโรงเตี๊ยม เสี่ยวเอ้อทิ้งตัวลงบนเก้าอี้ม้านั่ง สีหน้าเหม่อลอย กล่าวอะไรไม่ออกไปครู่หนึ่ง
เพื่อนเสี่ยวเอ้ออีกคนหนึ่งรู้สึกแปลกใจ กล่าวถามว่า “เป็นอะไร?”
เสี่ยวเอ้อเอามือถูใบหน้า เมื่อได้สติขึ้นมาเล็กน้อยจึงกล่าวว่า “เจ้ารู้ไหม? เมื่อครู่ข้าได้เห็นใบหน้าที่งดงามที่สุดเท่าที่ข้าได้เคยเห็นมาในชีวิต”
เพื่อนเสี่ยวเอ้องงงัน จากนั้นพลันหัวเราะเยาะขึ้นมา “จะงามได้เท่าไรเชียว? หรือยังมีสตรีใดที่งดงามกว่าแม่นางลวี่ฉี่อยู่อีก?”
แม่นางลวี่ฉี่คือหญิงคณิกาที่มีชื่อเสียงที่สุดในเมืองซางโจว เป็นสตรีที่ชายหนุ่มยากจนอย่างพวกเขาพูดถึงมากที่สุด แต่แน่นอน พวกเขาย่อมไม่มีโอกาสได้เห็นว่าแม่นางลวี่ฉี่หน้าตาเป็นเช่นไร ทว่าสำหรับพวกเขาแล้ว แม่นางลวี่ฉี่จะต้องเป็นโฉมสะคราญที่งามงดที่สุดบนโลกนี้อย่างแน่นอน จะเรียกขานเป็นเทพเซียนก็ดูมิเกินไป
กล่าวจบประโยคนี้ เพื่อนเสี่ยวเอ้อผู้นั้นก็ยกถาดอาหารเดินออกไป
เสี่ยวเอ้อยังคงเหม่อลอย ในใจครุ่นคิดแม่นางลวี่ฉี่ไม่มีทางงดงามเท่าคนผู้นั้นเป็นแน่ แต่คนผู้นั้นเป็นผู้ชายนี่สิ
ทันใดนั้นเขาพลันคิดถึงความเป็นไปได้หนึ่งขึ้นมา สายตาเป็นประกาย สองมือยกขึ้นมากุมไว้ตรงหน้าอก พลางกล่าววิงวอนอย่างเงียบๆ
“ท่านอาจารย์เซียน ได้โปรดพาข้าไปด้วยเถิด”
……
……
ณ ห้องสวรรค์หมายเลขหนึ่ง
“เหตุใดเขาจึงรู้สถานะของพวกเราได้?”
เจ้าล่าเยวี่ยมองจิ๋งจิ่วพลางกล่าวถามอย่า