งจริงจัง
นางไม่เข้าใจจริงๆ ก็เห็นอยู่ว่าเสี่ยวเอ้อผู้นั้นเป็นเพียงคนธรรมดา
จิ๋งจิ่วลังเลเพียงครู่ ก่อนจะยกมือขวาขึ้นมาวาดบนใบหน้าของตน
เจ้าล่าเยวี่ยเข้าใจทันที ก่อนจะส่ายศีรษะพลางกล่าว “วันหน้าเจ้าปิดบังใบหน้าของเจ้าเอาไว้จะดีกว่า”
จิ๋งจิ่วคิดในใจ นี่มิอาจโทษข้าได้
เจ้าล่าเยวี่ยคิดถึงเรื่องๆ หนึ่ง กล่าวว่า “แม่นางลวี่ฉี่ที่คนผู้นั้นกล่าวถึงคือใคร?”
จิ๋งจิ่วครุ่นคิด กล่าวว่า “คงจะเป็นหญิงคณิกาในหอชิงโหลว[1]”
เจ้าล่าเยวี่ยกล่าว “ข้ารู้ ชิงโหลวคือสถานที่ที่เหล่าสตรีมาร่ำสุราเล่นดนตรีเป็นเพื่อนบุรุษ”
จิ๋งจิ่วพยักหน้า กล่าวว่า “ถูกต้อง ข้าเคยอ่านเจอในหนังสือ”
เจ้าล่าเยวี่ยนิ่งเงียบไปครู่ ก่อนจะกล่าวว่า “ความจริงบางครั้งข้าก็ไม่เข้าใจจริงๆ ว่าคนธรรมดานั้นคิดอย่างไรกันแน่ เรื่องนั้นมันน่าสนุกถึงเพียงนั้นเลยหรือ?”
จิ๋งจิ่วกล่าว “ข้าก็ไม่เข้าใจเช่นกัน”
เจ้าล่าเยวี่ยเปลี่ยนประเด็น กล่าวว่า “ข้ามีคำถามหนึ่ง เหตุใดเจ้าถึงดึงดันที่จะเดินเท้าให้ได้?”
นางขี่กระบี่บินได้มาเป็นเวลาสามปีแล้ว ทุกครั้งที่ขี่กระบี่ยังคงรู้สึกจิตใจปลอดโปร่งและมีความสุขอย่างมาก
จิ๋งจิ่วรู้ว่านางยังยึดติดอยู่กับความรู้สึกสดใหม่ ปัญหาก็คือเขาเบื่อหน่ายกับความรู้สึกนั้นมานานมากแล้ว อีกทั้งเขายังบรรลุสภาวะเพียงขั้นสมความนึกคิด แม้นจะบอกไม่กลัวลมหนาว แต่เขาก็ยังรู้สึกมิค่อยสบายเวลาโดนลมพัดเท่าไรนัก
“มันหนาว” เขามองเจ้าล่าเยวี