สหายเก่าเชื้อเชิญ มั่นหมายเจอกัน ณ ขุนเขา จากตะวันตกมาไกลพันลี้ ในที่สุดได้ยลหลูซาน[1] ขอเพียงมีสุรา หยางสยง[2]ล้วนมิสนใจ ท้องฟ้าและชายชราข้างบ้าน มาปลอบประโลมความกลัดกลุ้ม
คล้ายดั่งห่านป่า พัดมาแล้วหายไป เรืออันวิจิตรล่องฉางเจียง[3] เหม่อมองฝั่งเจียงหนานลับหายไป สุดหล้าฟ้าเขียวยากแยกไกลไกล้ บทเพลงไร้ดนตรี ทั้งดอกสาลี่บานสะพรั่ง
(ซูมู่เจ๋อ[4] สมัยซ่ง : โจวจื่อจือ[5] )
……
……
รุ่งสาง จิ๋งจิ่วและเจ้าล่าเยวี่ยออกจากยอดเขาเสินม่อ
เขาพวกเดินทางโดยมิหยุดพักเป็นระยะทางแปดร้อยลี้ ออกจากศาลาหนานซง มาถึงเมืองอวิ๋นจี๋แวะกินหม้อไฟหนึ่งมื้อ
เจ้าล่าเยวี่ยกินซูโร่ว[6]ไปเจ็ดจาน ดื่มสุราผลไม้ไปสามขวด จิ๋งจิ่วลวกผักไม่กี่ใบ อีกทั้งยังใช้น้ำแกงใสในการลวก
หลังเที่ยง พวกเขาออกเดินทางต่อไปอีกหลายร้อยลี้ ก่อนจะมาถึงนอกเมืองซางโจว
เมืองซางโจวมิถือเป็นเมืองที่ใหญ่อะไรนัก แต่ถนนหลักห้าสายมารวมกันอยู่ที่นี่ ตำแหน่งชัยภูมิสำคัญยิ่ง ดังนั้นราชสำนักจึงดูแลที่นี่เข้มงวดเป็นอย่างมาก
ด้านนอกประตูเมืองมีทหารคอยดูแล แม้นจะเก็บเงินเล็กน้อยเพื่อปล่อยผ่านให้เร็วขึ้น แต่สำหรับการตรวจตราคนที่สัญจรไปมาแล้ว พวกเขามิได้ผ่อนปรนเลยแม้แต่น้อย
จิ๋งจิ่วและเจ้าล่าเยวี่ยยืนอยู่ใต้ศาลาพักผ่อนที่อยู่นอกเมือง จ้องมองประตูเมืองอยู่เป็นเวลานาน
พวกเขามีปัญหายุ่งยากปัญหาหนึ่งที่ไม่สามารถแก้ไขได้
จะเข้าไปในเมืองอย่างไร?
จิ๋งจิ่วหวนคิดถึ